ความตายไม่ใช่ทางออก


โดย Webmaster วันที่ 7 ต.ค. 2558 11:14 น. อ่านไป 4,083 ครั้ง

ทุกๆ วันจะมีข่าวมากมายทั้งทางโทรทัศน์หรือทางโซเชียลต่างๆ และในบ่ายวันหนึ่งฉันก็มีโอกาสได้อ่านข่าวสุดสะเทือนใจ เป็นข่าวของครอบครัวหนึ่งซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ชีวิต คนที่เป็นเสาหลักครอบครัวก็คือคุณยายท่านหนึ่งอายุ 62 ปี มีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ร่างกายอ่อนแรงมากและไม่สามารถทำงานหนักได้ไหว ทว่าก็มีเพียงคุณยายเท่านั้นที่นับว่าเป็นเสาหลักและเป็นแรงกำลังของลูกชายวัย 42 ปีที่พิการทางร่างกายและความจำเสื่อมจากอุบัติเหตุ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองและทำงานเลี้ยงชีพได้ อีกทั้งยังมีหลานๆ อีก 3 คนที่อายุเพียงไม่กี่ขวบเท่านั้นที่จะต้องดูแลให้พวกเขามีชีวิตที่ดี

ทว่าด้วยเพราะความยากจน เลยทำให้ครอบครัวนี้อยู่อย่างแร้นแค้น อดมื้อกินมื้อบ้างไปตามยถากรรมและสิ่งที่ไม่คาดคิดก็บังเกิด หลานชายวัย 8 ขวบซึ่งเป็นหลานคนเล็กสุด กลับมีความคิดหมดหวัง น้อยเนื้อต่ำใจโชคชะตาจึงตัดสินใจชวนทุกคนฆ่าตัวตาย ด้วยการขอเงินยายไปซื้อยาฆ่าหญ้ามาและชวนทุกคนในครอบครัวกินยาดังกล่าว พิษของความจนของชีวิตทุกคนแตกต่างกัน แต่กับครอบครัวนี้อาจจะสาหัสมากพอจนสิ้นหวังและหมดทางตันกับการเดินต่อของชีวิต เพราะอาชีพที่คุณยายทำอยู่ด้วยการทำขนมขายกำไรห่อละ 1 บาท ทำให้มีรายได้เพียงวันละไม่เกิน 100 บาทเท่านั้น บวกกับรายได้หลักจากเบี้ยคนพิการและเบี้ยคนชรารวมแล้วเพียงเดือนละ 1,400 บาทเท่านั้น นั่นจึงทำให้จำนวนเงินอันน้อยนิดนี้ ไม่สามารถประทังชีพครอบครัวนี้ไว้ได้มั่นคง

เมื่อความคิดฆ่าตัวตายของเด็กชายตัวเล็กๆ ผุดขึ้นกลางใจ แผนการชวนคุณยายและทุกคนในครอบครัวกินยาฆ่าหญ้าตายนั้นก็เกิดขึ้น แต่ก็เหมือนฟ้ามีตาเห็นใจ เมื่อเงินแม้แต่จะไปซื้อยาฆ่าหญ้ามากินก็ยังไม่มีจึงทำให้คุณยายไปขอยืมเงินเพื่อนบ้านใกล้เคียงมาเพื่อให้หลานนำไปซื้อยาฆ่าหญ้ากินดังกล่าว กระทั่งเพื่อนบ้านและครูซึ่งเดินทางมาเยี่ยมบ้านนักเรียนจึงรู้ข่าวและรีบเข้าไปสอบถามความจริง จนได้รับการยื่นมือช่วยเหลือจากหลายองค์กรในที่สุด

คนเรามีความจนเป็นเรื่องธรรมดา ร่ำรวยก็เป็นเรื่องธรรมดา แท้จริงแล้ว เราเกิดมาไม่ได้มีทรัพย์สมบัติอันใดติดตัวมาเลยด้วยซ้ำ ทว่าเราอาจจะมีความดีงาม มีบุญที่สร้างสมมาแต่ชาติก่อนที่มาหนุนนำเกื้อชีวิตให้มีเงินทอง มีปัจจัย 4 บริบูรณ์ต่อการดำรงชีพได้ โดยส่วนตัวสำหรับฉันแล้ว หลังจากอ่านข่าวนี้เสร็จ อาการสะเทือนใจก็มาพร้อมกับข้อคิดหลายอย่าง ฉันคิดได้ว่า...

1.ความจนเป็นเรื่องธรรมดา แต่การจนแล้งน้ำใจ ไม่ควรเป็นเรื่องธรรมดา
หากคนเราจนแล้งน้ำใจ ไม่เมตตาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ฉันคิดว่าแม้ในตัวคนนั้นจะมีเงินมากมายเพียงใดก็ตาม แต่เขาก็ยังคงเปรียบดั่งคนยากจนอยู่ดี เพราะเขาจนแล้งน้ำใจในการให้ยังไงล่ะ

2.ความตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่การตายของเรา ย่อมไม่ควรเป็นการตายอันเกิดจากการคิดฆ่าตัวตาย
เพราะวันใดวันหนึ่งเราก็ต้องหลีกหนีความตายไม่พ้นอยู่แล้ว เราเกิดมาทุกคนก็ต้องมีปลายทางสุดท้ายคือ “ความตาย” ดังนั้น ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ เราจงควรอยู่เพื่อสร้างความดีงามให้บังเกิดกับตัวเองและคนที่เรารัก แล้วสิ่งดีๆ จักต้องย้อนกลับคืนมาสู่ตัวเรา

3.ความดีไม่จำเป็นต้องสร้างด้วยเงิน แค่มีความปรารถนาดีอันเป็นจิตพื้นฐาน สิ่งดีงามก็จะค่อยๆ ผลิบานงอกงามขึ้น
ความดีเราสามารถสร้างได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนสักบาท หากฉันเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวนี้ ฉันอาจจะเป็นพี่ชายคนโตอายุ 10 ขวบ ฉันหวังแค่ให้ร่างกายแข็งแรงมีอวัยวะครบ 32 ส่วนก็พอ ฉันจะใช้ความดีจากสามัญสำนึกด้วยรักและปรารถนาดีต่อครอบครัวที่รัก ทำงานทุกอย่างที่ทำได้ รับจ้างเล็กๆ น้อยๆ อาศัยใช้แรงงานแลก ปรึกษาคุณครูและผู้ใหญ่ที่ให้ความช่วยเหลือได้ ความดีในจุดนี้ที่ปรารถนาจะช่วยเหลือยายและช่วยครอบครัวให้มีชีวิตรอด ย่อมเป็นคุณความดีที่จะสนองให้ชีวิตเราได้พบเจอกับสิ่งดีๆ ที่มากกว่าการคิดฆ่าตัวตายแน่นอน

ฉันเชื่อว่าการที่พวกเขารอดตาย มีคนให้การช่วยเหลือได้ทันนับว่าเป็นบุญยิ่งนัก อาจเพราะบุญเก่าปางก่อนฉุดดึงชีวิตพวกเขาไว้ ดังนั้นแล้ว ใครก็ตามที่กำลังทนทุกข์กับความยากจนแร้นแค้น เพียงคุณมีสติปัญญา คิดหาวิธีอย่างใจเย็น อาศัยความรักและความปรารถนาดีกับคนรอบตัวที่คุณรัก ความดีงามนั้นจะต้องมอบวิธีแห่งทางสว่าง ทำให้คุณก้าวข้ามบ่วงกรรมอันทุกขเวทนาได้แน่นอน ไม่ว่าจะบ่วงความยากจนหรือปัญหาใดๆ ก็ตาม การตาย..ไม่ใช่ทางออก แต่การดำรงชีพด้วยสติ ด้วยปัญญาและการปรารถนาในการทำความดีต่อไปเท่านั้นที่จะเป็นชนวนนำพาสิ่งดีๆ มาสู่ตัวเราในที่สุด

อย่างน้อยการตระหนักถึงคุณค่าชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ด้วยการรักตัวกลัวตาย ทั้งตัวเราเองและคนในครอบครัวที่เรารักมันก็น่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอที่ทำให้เราดิ้นรนใช้วิธีทางอื่นกับการก้าวเดินหมากชีวิตต่ออย่างไม่ท้อแท้สิ้นหวัง จริงไหม?



Back to top