กลิ่นหอมอ่อนๆบรรเทาอาการแพ้ท้อง


โดย Webmaster วันที่ 27 ส.ค. 2555 10:10 น. อ่านไป 4,235 ครั้ง

            เวลาที่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ทีไรมักทำให้หัวใจของเราสดชื่น เบิกบานจริงไหม นั่นเพราะกลิ่นนั้นสามารถบำบัดความเครียด ช่วยให้กระปรี้กระเปร่าสดชื่นขึ้นได้ สมองที่รับกลิ่นจะเกิดการผ่อนคลาย หลายครั้งเวลาที่คุณแม่กำลังเครียดๆ หรืออยู่ในบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าว อาจรายล้อมไปด้วยความอึดอัดอันเป็นที่มาของกลิ่นแปลกปลอมที่ไม่พึงประสงค์ และเมื่อคุณแม่ได้รับกลิ่นนั้นก็มีผลกระทบให้เกิดอาการแพ้หนักขึ้น นอกเหนือจากการเปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทหรือฉีดสเปรย์กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เราชื่นชอบเพื่อปรับอากาศภายในบ้านแล้ว ในขณะที่เรากำลังตั้งครรภ์การเลือกสรรกลิ่นมาปรับอากาศนั้นก็ต้องดูกันอย่างพิถีพิถันหน่อย เพราะกลิ่นนั้นมีทั้งคุณประโยชน์และให้โทษแก่ทารกได้  

 
คุณแม่ลองศึกษาตามคำแนะนำข้างล่างต่อไปนี้ดูนะคะ อาจให้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย อย่ามองข้ามว่าเพียงการสูดดมกลิ่นโปรดแบบที่เคยใช้ในสมัยก่อนตั้งครรภ์นั้นอาจไม่มีผลกระทบใดๆ ทุกกลิ่นรอบตัวเราไม่ว่าจะมีกลิ่นหรือไม่ก็ตาม หากก็ล้วนมีผลกระทบแก่ทารกและตัวเราเองทั้งสิ้น
 
             เลือกกลิ่นหอมอ่อนที่ชอบเพื่อบำบัดอาการคลื่นไส้ อาเจียนให้ดีขึ้นได้
             การสร้างบรรยากาศดีๆ ให้เกิดขึ้นรอบตัวเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อสภาวะจิตใจคุณแม่ ดังนั้น การเปิดรับอากาศดีให้เข้ามาถ่ายเทภายในห้องก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เพราะไม่ว่าจะกลิ่นใดก็ตามก็ไม่อาจเทียบคุณประโยชน์จากการที่เราได้สูดกลิ่นจากธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ แต่ถ้าหากเราไม่สะดวกที่จะเปิดรับอากาศนอกบ้านให้เข้ามา เหมือนฉันที่หลายครั้งต้องปิดทั้งประตูหน้าต่างทุกบาน เหมือนคนที่ต้องเก็บตัวอยู่ในกะลา ปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกนั่นก็เพราะช่วงเวลาที่แพ้ หากได้กลิ่นแปลกๆ ข้างนอกที่พัดผ่านเข้ามาก็มักกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้สุดท้ายก็จบลงด้วยการอาเจียนทุกที โดยเฉพาะในเวลาช่วงเย็นที่บ้านข้างๆ มักทำอาหาร กลิ่นอาหารจากในครัวก็จะลอยเข้ามากระทบประสาทสัมผัสของการรับกลิ่นทันที ถ้าหากคุณแม่ท่านใดที่เป็นเหมือนกัน เรามาหาทางออกด้วยการสร้างกลิ่นใหม่ๆ เพื่อปรับบรรยากาศในห้องของเราให้เต็มไปด้วยสิ่งดีๆ กันดีกว่านะคะ  
วิธีการนั้นก็ง่ายมาก เพียงหากลิ่นที่คุณแม่ชื่นชอบอาจจะเป็นกลิ่นอะโรมาเทอราปี กลิ่นลาเวนเดอร์ โดยเฉพาะกลิ่นเปปเปอร์มินต์และเลมอน สองกลิ่นนี้มีความพิเศษตรงที่สามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ให้ดีขึ้น กลิ่นที่เราเลือกหามาใช้ก็มีจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ อย่างเทียนหอม ธูปหอม น้ำมันหอมระเหย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแม่ว่าชอบกลิ่นอะไรแบบไหน จากนั้นก็เลือกซื้อมาติดบ้านไว้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายกันได้เต็มที่เลยค่ะ
 
            กลิ่นที่ควรหลีกเลี่ยงหากเกิดอาการแพ้หนัก

            กลิ่นอาหารที่มาจากในครัว ก่อนหน้านี้เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราจึงไม่แพ้กลิ่นอาหารใดเลย เวลาเข้าครัวทำอาหารก็รับกลิ่นได้หมด ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอาหารสดจากในตู้เย็น กลิ่นผัก กลิ่นน้ำมัน กลิ่นเครื่องเทศ เครื่องปรุงต่างๆ แต่พอหลังจากตั้งครรภ์แล้วฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปทำให้ร่างกายไม่อาจปรับตัวได้อย่างสมดุลเหมือนปกติ จมูกของเราจึงไวต่อการรับกลิ่นเป็นพิเศษ ซึ่งกลิ่นหนึ่งในนั้นที่ทำให้หัวอกคุณแม่มือใหม่ทรมานได้เป็นอย่างดีก็คือ กลิ่นอาหารที่มาจากในครัว บางคนแพ้หนักถึงขั้นเข้าครัวทำอาหารเองไม่ได้ก็มี และกลิ่นอาหารบางชนิดอย่างหัวหอม กระเทียม ก็เป็นอีกกลิ่นหนึ่งที่คุณแม่บางท่านอาจแพ้ไปจนกระทั่งคลอด ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้บริเวณห้องครัวไปก่อน หากจำเป็นต้องเข้าห้องครัวไปเปิดตู้เย็นหยิบสิ่งของบางอย่าง ก็วานให้ว่าที่คุณพ่อคอยช่วยเหลือก่อนดีกว่าค่ะ

            กลิ่นน้ำมันหอมระเหย กลิ่นเทียนหอมบางชนิด ก่อนหน้านี้เราได้ทราบกลิ่นที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการแพ้ท้องไปแล้ว และคุณแม่ทราบไหมว่ายังมีบางกลิ่นที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่ควรสัมผัสให้กลิ่นนั้นเข้าสู่ร่างกายเลย เช่น กลิ่นโรสแมรี่ กลิ่นโหระพา กลิ่นแครี่ชาร์ต ว่ากันว่ากลิ่นเหล่านี้มีผลทำให้เกิดอาการแท้งบุตรหรืออาจทำให้ตกเลือดได้ แม้แต่คุณหมอด้านสูติฯ ก็ยังเตือนในเรื่องของการใช้ ข้อมูลนี้จะเท็จจริงอย่างไร... ว่าที่คุณแม่ก็ควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อนดีกว่านะคะ

            กลิ่นแปลกปลอมจากมลภาวะรอบตัว การดำเนินชีวิตของคนเราที่ต้องมีภารกิจให้ออกไปทำอยู่ตลอดเวลา คุณแม่บางท่านอาจมีงานที่ต้องไปทำ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นแน่นอนว่าคุณแม่ย่อมต้องประสบกับมลพิษบนท้องถนน เจอสารพัดพิษจากควันรถ จากโรงงานที่อาจลอยปะปนมา ฯลฯ ไม่ว่ากลิ่นใดที่แปลกปลอมเข้ามา หากเป็นไปได้ก็ขอแนะนำให้คุณแม่พาตัวเองหลีกเลี่ยงจากบริเวณดังกล่าวไว้ก่อนจะดีที่สุด เพราะเราไม่อาจแน่ใจว่าสารพิษบางชนิดที่มาจากโรงงานหรือมาจากสารเคมีรอบตัวเรานั้น สารใดอันตรายแก่ทารกในครรภ์เราบ้าง แต่จงมั่นใจเลยว่า หากไม่ใช่บริเวณที่เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์อย่างสวนสาธารณะ เราก็ควรพาตัวเองออกจากสถานที่เสี่ยงที่จะได้รับกลิ่นสารเคมีเหล่านั้นไว้ก่อนจะดีที่สุด  
แม้แต่การอยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่นั่นก็เช่นกัน คุณแม่ทราบไหมว่าหญิงตั้งครรภ์และทารกเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปอดสูงกว่าคนที่สูบบุหรี่โดยตรงมากถึง 80% และในปัจจุบันต่อให้เราบำรุงสุขภาพตัวเองและทารกอย่างดีแค่ไหน แต่ความผิดพลาดทางการเจริญเติบโตของทารกก็อาจเกิดความผิดปกติได้ หลายครั้งที่คุณแม่ไม่อาจค้นพบสาเหตุว่าเกิดจากอาหารหรือพฤติกรรมผิดปกติใดของตัวเองหรือเปล่า นั่นอาจสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าความผิดปกติที่ก่อให้เกิดการตกเลือดเกิดภาวะแท้งบุตรรวมไปถึงทำให้ทารกพิการตั้งแต่กำเนิดนั้นก็อาจมาจากสภาพแวดล้อมรอบตัวที่เรามองข้ามนี่เอง

                เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า... การสูดลมหายใจรับอากาศเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ควรเป็นกลิ่นที่มาจากธรรมชาติ เพราะกลิ่นนี้เป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ที่มีผลต่อภาวะการเจริญโตของทารกในครรภ์และสุขภาพของคุณแม่ให้มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากคุณแม่ต้องปรับกลิ่นในบ้านจากกลิ่นแปลกปลอมที่อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ให้เป็นกลิ่นหอมอ่อนแทน ก็สามารถนำกลิ่นที่ฉันแนะนำไปมาใช้ได้เลยค่ะ ฉันเชื่อว่าเพียงกลิ่นหอมอ่อนที่เราเลือกนำมาใช้ให้ถูกกับตัวเรา ย่อมเปลี่ยนโลกของคุณแม่ที่เต็มไปด้วยอาการแพ้ได้ทุเลาขึ้นบ้างและความสุขก็จะรายล้อมอยู่รอบตัวเราอย่างแน่นอน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


Back to top