บำบัดความเครียดให้คุณแม่...ยามตั้งครรภ์


โดย Webmaster วันที่ 20 พ.ย. 2555 11:30 น. อ่านไป 7,108 ครั้ง

                คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ชีวิตทารกน้อย เมื่ออายุครรภ์เริ่มเติบโตขึ้น ร่างกายและฮอร์โมนคุณแม่ก็แปรเปลี่ยนตาม ส่งผลให้สภาวะจิตใจของคุณแม่เครียด ไม่รู้สึกผ่อนคลาย ดังนั้น การรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีต้องเริ่มต้นจากสุขภาพจิตที่สดชื่นแจ่มใส เมื่อนั้น ร่างกายก็จะได้กระปรี้กระเปร่าและไม่ก่อให้เกิดความเครียดด้วยค่ะ ดังนั้น เราขอแนะนำวิธีที่จะช่วยบำบัดความเครียดให้คุณแม่ ดังนี้ค่ะ

                1 พักผ่อนให้เพียงพอ
                สำคัญที่สุดเลยนะคะ สำหรับการนอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่มในช่วงที่เรากำลังตั้งครรภ์ นอกจากเราต้องนอนหลับให้สนิทในตอนกลางคืนแล้ว ตอนกลางวันในช่วงเวลาบ่ายๆ คุณแม่ควรหามุมสงบเอนตัวนอนพักเสียหน่อย เพราะช่วงนี้ร่างกายเราเริ่มรู้สึกอ่อนล้า ถือเป็นการชาร์ตแบตให้สุขภาพนั่นเอง เมื่อร่างกายเราพักผ่อนเต็มที่ย่อมส่งผลให้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย สดชื่น และยังส่งผลนี้ต่อทารกน้อยให้เกิดมาอารมณ์ดีด้วย

                2 หาเพื่อนคุยที่สร้างกำลังใจ
                แม่หลายคนเวลาตั้งครรภ์แล้วต้องอยู่บ้านคนเดียว มักเกิดอาการเหงา หดูหู่ แน่นอนว่าเราอยากทำภารกิจหรือกลับไปทำงานเหมือนเดิมเช่นคนอื่น แต่หากเราต้องอยู่บ้านพักผ่อนแล้ว ความเหงาก็เล่นงานเข้าให้ ดังนั้น คุณแม่ควรมองหาใครสักคนที่สามารถคุยเป็นเพื่อนเราได้ อาจจะเป็นเพื่อนข้างบ้าน เพื่อนในอินเทอร์เน็ต บางคนอาจชอบคุยกับแม่ๆ ตามเว็บบอร์ดคุณแม่ทั่วไป เพราะมีคุณแม่หลายคนเข้ามาแชร์ประสบการณ์ขณะตั้งครรภ์อยู่เสมอ แถมยังทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้มีเราคนเดียวที่อยู่ในอาการนี้ ยังมีเพื่อนอีกหลายคนที่เป็นเหมือนเรา หรืออาจจะเป็นคนในครอบครัวของเรา ญาติเราก็ได้เช่นกัน จะให้ดีที่สุด คุณพ่อควรหาเวลาว่างมานั่งคุยผ่อนคลายกับคุณแม่ เพราะกำลังใจที่ไหนไม่ทำให้แม่ฮึดสู้หรือคลายเครียดเท่าว่าที่คุณพ่อหรอกนะคะ

                3 ออกกำลังกายผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
                การออกกำลังกายใช้ได้กับทุกช่วงโอกาสจริงๆ แม้กระทั่งยามตั้งครรภ์ คุณแม่ก็ต้องออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายให้สุขภาพบ้างเช่นกัน เพราะด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเรามักไม่ได้มีกิจกรรมอะไรให้ทำมาก ร่างกายจึงไม่มีการเคลื่อนไหวเท่าใดนัก นอกจากการกินแล้วก็นอนพัก แบบนี้สิคะคุณแม่อย่างเราสมัยนี้จึงได้กลายเป็นแม่หมูอ้วนพีสมบูรณ์กันเป็นแถว แต่ถ้าเราออกกำลังกายเบาๆ เพียงแค่เดินเล่นในสวนหมู่บ้านตอนเช้าหรือเย็น หรือหยิบจับทำงานบ้านเล็กน้อยให้พอได้เคลื่อนไหวร่างกาย ก็ถือเป็นการออกกำลังกายผ่อนคลายความเครียดที่ดีที่สุดแล้ว แถมยังช่วยลดอาการปวดหลัง ปวดแขนขาและบวมตามเท้าได้อีกต่างหาก

                4 มีความสุขกับการเลือกทานอาหาร
                อาหารที่คุณแม่ทานมีผลโดยตรงต่อสุขภาพทารกในครรภ์จริงไหม เราจึงพิถีพิถันในการคัดสรรอาหารที่ดีมีประโยชน์ไว้ทาน โดยเฉพาะกับผักผลไม้ที่ให้ความหวานฉ่ำก็ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ให้รู้สึกดีขึ้น แต่ถ้าหากคุณแม่เครียดจัด อารมณ์แปรปรวน อาจหาไอศกรีมหรือน้ำหวานเย็นๆ มาทานก็ได้ค่ะ จะทำให้ผ่อนคลายมากเลยทีเดียว แถมยังสามารถบำบัดความเครียดให้หลุดออกได้ดีอีกด้วย

                5 นวดผ่อนคลายความเครียด
                ต้องยอมรับว่าการนวดนั้นเป็นการผ่อนคลายความเครียดได้ดีมากทีเดียว คุณแม่ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ควรให้คุณพ่อทำหน้าที่นวดให้บ้าง เพราะเป็นการกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี แถมยังลดอาการปวดบวมตามขาของคุณแม่ แต่มีข้อห้ามอย่างหนึ่งว่าห้ามนวดฝ่าเท้าเด็ดขาด เพราะฝ่าเท้าเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทที่สำคัญต่อร่างกายหลายจุด ถ้าเราเผลอนวดก็อาจส่งผลกระทบต่อทารกน้อยในครรภ์จนเสี่ยงต่อการแท้งบุตรได้

                6 วางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ
                ยามที่เราว่างนั้น คุณแม่อาจนั่งวางแผนจัดสรรการเงินเสียหน่อยดีไหม เงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับการเตรียมคลอดบุตร เงินอีกส่วนหนึ่งไว้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในหลังคลอดจนกระทั่งเขาเติบโต ใช้จ่ายเงินแต่เพียงพอดีและเท่าที่จำเป็น และสำรองเงินไว้ในยามฉุกเฉินอีกทางหนึ่งย่อมดีที่สุด ถือเป็นวางแผนการเงินอย่างรัดกุม รวมถึงวางแผนการคลอดบุตรด้วยว่าจะคลอดแบบไหน อย่างไร เพราะการคลอดบุตรแต่ละแบบนั้นมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันมากทีเดียว

                7 สร้างความสุขให้ตัวเอง
                การดูหนัง ฟังเพลง ดูรายการตลก อ่านหนังสือ เขียนบันทึก ถ่ายรูปตัวเองในยามตั้งครรภ์ไว้ดูเล่น เหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดให้คุณแม่ได้เป็นอย่างดี หรือเราอาจจะถักนิตติ้งไหมพรม ถักโครเชต์ผ้าพันคอ หมวก ถุงเท้าเพตรียมไว้สำหรับลูกน้อยก็ได้ค่ะ
                กิจกรรมเหล่านี้สร้างบรรยากาศดีให้คุณแม่ให้มีอารมณ์ดีขึ้นได้ทีเดียว เมื่อคุณแม่กำลังเครียดๆ อีกวิธีหนึ่งอาจทำได้ผลดีมากกว่าวิธีอื่นคือ คุณแม่ลองคุยกับเจ้าตัวเล็กในครรภ์ดูสิคะ รับรองว่าเขาจะดิ้นตอบสนองคุณแม่อย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว และการสร้างความสุขเพื่อบำบัดความเครียดเหล่านี้ย่อมส่งผลให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ เมื่อเจ้าตัวเล็กออกมาลืมตาดูโลกแล้วรับรองว่าเขาย่อมเป็นเด็กอารมณ์ดี เลี้ยงง่ายแน่นอน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


Back to top