เพิ่มพลังแห่งความสุขด้วยการเรียนรู้อยู่กับปัจจุบันขณะ


โดย Webmaster วันที่ 27 ส.ค. 2558 17:07 น. อ่านไป 7,814 ครั้ง

ในยุคที่สังคมเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ตั้งแต่ตื่นเช้าในทุกๆ วัน ความฝัน จุดมุ่งหมาย ความก้าวหน้า เงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง และความสำเร็จ ถาโถมเข้ามาในสมองเราราวกับเป็นพันธนาการที่ผูกรัดให้เรายื้อแย่งแข่งขันกับผู้คนรอบด้าน การชิงชัยเพื่อให้ได้ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีที่สุดมา คือค่านิยมของสังคมหมายหมั่นว่านั่นคือสิ่งที่ทุกคนต่างเฝ้าถวิลหา คงไม่แปลกถ้าเราจะตื่นนอนขึ้นมา แต่หัวใจกลับล่องลอยออกไปไกลลิบ

บางครั้งความเร่งรีบจนแทบจะวิ่งแทนการเดิน ทำให้เราพลาดความสวยงามในระหว่างทาง มีแค่เป้าหมายที่อยู่ที่ไหนสักแห่งในความฝันผุดพลายขึ้นมาในหัว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เราดิ้นรนอย่างร้อนรนและมากมายด้วยความทุกข์ที่สะสมอยู่อย่างปฏิเสธไม่ได้

ความคิดคือนกที่โบยบิน ส่วนเราคือผู้ควบคุม
ความคิดที่โบยบินออกไปในทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้เราต้องเผชิญกับความทุกข์มากมายที่สั่งสมเข้ามาจนกลายเป็นความเครียด ไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าความทุกข์ในแต่ละวันช่างมากมายกว่าความสุขที่เข้ามาเพียงชั่วคราวก่อนจะจางหายไปเพราะความไม่ชอบใจในชีวิตที่เป็นอยู่ ความคิดนำหน้าเราไปอย่างหยุดไม่ได้

หากเราไม่รู้จักที่จะควบคุมมันอยู่กับที่ ตรงเบื้องหน้านี้ที่เรายืนอยู่ มันเปรียบเสมือนนกที่กระพือปีกบินไปในโลกที่มันต้องการเพียงอย่างเดียว เราจะกลายเป็นคนที่เคว้งคว้างไร้ซึ่งสติ เดี๋ยวความคิดก็วิ่งวนไปสู่อดีต ประเดี๋ยวก็เดินทางไปในอนาคต คิดถึงเรื่องที่ผ่านมา เสียดายเวลาที่เคยมี หรือแม้กระทั่งความหวาดกลัวกับสิ่งต่างๆ มากมายที่ยังไม่เกิดขึ้น จนทำให้เวลาในปัจจุบันดูสั่นคลอน

ประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตและทำงานดูด้อยลงไป และที่สำคัญคำว่า “ความสุข” ก็แทบจะเลือนหายไปจากคนในสังคมเมือง การจะเริ่มต้นมีความสุขได้นั้น สิ่งสำคัญคืออยากปล่อยให้ความคิดเป็นนาย เราต้องเป็นผู้ควบคุม และเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่มีตรงหน้า ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด อย่าสนใจอดีตที่ผ่านมาแล้ว และอย่ากังวลใจกับอนาคตที่ยังไม่มาถึง

เรียนรู้การอยู่กับปัจจุบัน...ขณะ
พุทธศาสนาสอนเราเสมอให้เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน และมันเป็นปัจจุบันที่แสนละเอียดอ่อน เสี้ยววินาทีหรือจะเศษของเศษเสี้ยววินาทีที่ผ่านไปคือช่วงเวลาที่เราควรลงมือทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจและไม่หวาดหวั่น ไม่เกรงกลัว เชื่อมั่นในตัวเอง จ้องมองความคิดที่มันโลดแล่น แล้วดึงมันกลับมาให้อยู่ในชั่วเวลาของ “ปัจจุบันขณะ”

เราจะมองเห็นความสวยงามของห้วงเวลาตรงหน้าที่พัดผ่านไปได้อย่างแจ่มชัด ในขณะเดียวกัน เราจะได้พบกับความสุขที่แท้จริง บางเบา และมั่นคงได้อย่างยาวนาน แม้ต้องดำเนินชีวิตอย่างเร่งรีบ แต่ความสุขจะคงอยู่ในหัวใจตลอดไปพร้อมกับความเข้าใจชีวิตที่มากขึ้น




Back to top