5 เคล็ดลับในการเลี้ยงลูกให้แข็งแรงทั้งกายและใจ


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 1,428 ครั้ง

   สำหรับคุณแม่และคุณพ่อมือใหม่ ที่กังวลเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยว่าต้องทำอย่างไร จึงจะเรียกว่าเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ และทำอย่างไรจึงจะดีที่สุดสำหรับลูกน้อย
      
       วันนี้แพทย์หญิงทัศนีย์ สึขปราณี หัวหน้าสถาบันกุมารเวช โรงพยาบาลสมิติเวช มาช่วยไขปัญหาที่ค้างคาใจ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับทราบว่าการเลี้ยงดูลูกให้แข็งแรงทั้งกายและใจนั้นง่ายนิดเดียว
      
       คุณหมอมีข้อแนะนำที่เป็นหัวใจสำคัญห้าข้อ มาให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนำไปปฏิบัติไม่ได้ยากค่ะ
      
       1.สุขภาพคุณแม่สำคัญเป็นอันดับหนึ่ง
      
       ก่อนที่คุณแม่จะสามารถดูแลลูกน้อยให้มีสุขภาพดีได้นั้น คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
      
       คุณแม่ที่ต้องการให้นมลูกเองควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือประมาณวันละ 8-10 แก้ว งดเว้นการดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่ และอย่าลืมหมั่นออกกำลังกาย เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะถ้าคุณแม่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ก็จะส่งผลให้คุณแม่สามารถดูและลูกน้อยได้อย่างสมบูรณ์ตามไปด้วย
      
       2.น้ำนมแม่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ใกล้ตัวที่สุด
      
       นมแม่เป็น "สุดยอดแหล่งอาหาร" ที่แสนประหยัด ให้คุณค่าทางโภชนาการ มีสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มีอาหารชนิดอื่นมาทดแทนได้ และปราศจากสิ่งปลอมปนที่อาจเป็นอันตรายสำหรับลูกน้อยอีกด้วย
      
       ในน้ำนมแม่ยังมีสารที่ให้ภูมิคุ้มกันร่างกาย เปรียบเหมือนวัคซีนธรรมชาติที่ป้องกันลูกไม่ให้เจ็บป่วยในขณะที่ร่างกายลูกยังสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่
      
       เด็กที่กินนมเป็นประจำสมองจะพัฒนาได้ดีและจะมี IQ สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ และจะมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ที่สมบูรณ์
      
       เพราะการที่แม่อุ้มลูกแนบกับอกนั้น เป็นการถ่ายทอดความรักและความอ่อนโยนที่จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
      
       การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะได้ผลสูงสุดเมื่อให้เด็กกินนมแม่อย่างเดียวต่อเนื่อง จนกระทั่งครบ 6 เดือน สำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สามาถปรึกษากลุ่มแม่อาสา คลินิกนมแม่ และโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่-ลูกทุกแห่งได้
      
       3.ทุกมื้ออาหารต้องครบ 5 หมู่
      
       คุณแม่และคุณพ่อควรเลือกอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนให้ลูกน้อยตามวัยของเขา โดยเลือกเมนูที่มีส่วนผสมที่แตกต่างกันในแต่ละมื้อ เพื่อให้ลูกได้สารอาหารที่หลากหลาย ที่สำคัญ ทุกมื้อควรจะมีผักและผลไม้ รวมทั้งโปรตีนซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยอย่างยิ่ง
      
       ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล เกลือ หรือไขมันมากๆ คุณหมอแนะนำให้ดูแลเรื่องอาหารของลูกน้อยตั้งแต่เล็กๆ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาโตขึ้น
      
       4.มั่นใจในความเป็นพ่อและแม่ของตัวเอง
      
       ในการเลี้ยงลูก ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องมั่นคง หนักแน่น และมั่นใจว่าคุณสามารถดูแลและเลี้ยงดูลูกของคุณให้เติบโดขึ้นมาอย่างมีคุณภาพได้
      
       บทบาทการเลี้ยงดูลูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณแม่ฝ่ายเดียวเท่านั้น คุณพ่อควรมีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกตั้งแต่แรกเกิด
      
       ทั้งสองฝ่ายควรให้ความรักให้เวลาอยู่กับลูกพูดคุยกับลูก อ่านนิทานให้ลูกฟัง ชื่นชมเมื่อลูกประสบความสำเร็จ และให้การดูแลลูกอย่างใกล้ชิด พูดคุยอย่างมีเหตุผลกับลูกง่ายๆ ตามเกณฑ์อายุไปเรื่อยๆ ลูกจะสามารถเจริญเติบโตเป็นเด็กดีและเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคมอนาคต
      
       5.ช่างสังเกตและใส่ใจในรายละเอียดของลูกน้อย
      
       ในเบื้องต้นพ่อแม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน จะได้ดูแลลูกเมื่อเจ็บป่วยเองได้ และมีอาการผิดปกติบางอย่างที่คุณพ่อและคุณแม่ต้องสนใจ
      
       ควรนำลูกน้อยไปปรึกษาแพทย์ เช่น ถ้าลูกน้อยของคุณนอนซึมไม่ยอมดื่มน้ำหรือทานอาหารเลย หรือเมื่อมีไข้สูงและมีอาการหนาวสั่น และไข้ไม่ลดหลังให้ยาลดไข้แล้ว หรือถ้าลูกน้อยของคุณอาเจียนหรือท้องเสียมากกว่า 3 ครั้งภายในเวลา 6 ชั่วโมง รวมทั้งถ้าลูกไม่มีปัสสาวะเลยในเวลา 6 ชั่วโมง
      
       การที่คุณสามารถสังเกตและพาลูกน้อยไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ อาจช่วยป้องกันไม่ให้อาการเจ็บป่วยที่อาจเก็ดขึ้นอยู่ในขั้นรุนแรง อาการอื่นของลูกน้อยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่แน่ใจสามารถปรึกษากุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
      
       หมอทัศนีย์ย้ำว่า ไม่ควรกังวลกับ "ความสมบูรณ์แบบ" จนกระทั่งไปยึดเอามาตรฐานของลูกคนอื่นมาใช้กับลูก
      
       ขอให้คุณพ่อคุณแม่เน้นให้ความสำคัญกับเรื่องพัฒนาการของเจ้าตัวน้อยคอยสังเกต และส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการที่ถูกต้องตามวัย เลี้ยงดูเขาด้วยความรักและความเข้าใจ โดยมีความยืดหยุ่นบ้างตามความเหมาะสม
      
       หมั่นสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นภายในครอบครัว ประกอบกับการนำเคล็ดลับง่าย 5 ข้อข้างต้นไปใช้ เพียงเท่านี้ลูกก็จะมีความพร้อมทั้งกายและใจ จนสามารถเติบโตขึ้นในสังคมได้อย่างมั่นคง

ข้อมูลจาก  www.family.go.com


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top