ปัญหาเด็กหญิงยุคใหม่ รักได้ไงไม่ต้องมีเซ็กซ์


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 1,369 ครั้ง

โลกนี้มักมีสองด้านเสมอ แต่หากอยากเผื่อไว้เยอะๆ ก็ต้องว่า โลกนี้มีอยู่หลายด้าน เมื่อหนักอยู่ด้านเดียวสักพักหนึ่ง ก็จะมีอีกด้านออกมาคานอยู่เสมอ

เช่นสภาพสังคมทุกวันนี้ที่วิตกกันว่าเด็กๆ จะสำส่อนกันเกินงาม ด้วยไม่รู้และไม่เข้าใจในเรื่องเพศนั้น ถึงวันหนึ่ง เด็กซึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมของความเป็นไปดังกล่าวเอง ก็เกิดความคิดขึ้นว่า ทำไมต้องไปรีบร้อนเสียตัว เพราะเท่าที่เห็นที่ผ่านๆ มา ก็พบแต่ปัญหาอันเนื่องมาจากพฤติกรรมดังกล่าว

ไม่เห็นที่จะเป็นคุณประโยชน์สักเท่าไหร่ นอกจากที่เมามันกับความใคร่ไปก็ชั่วครั้งชั่วครู่ ไม่ได้เกิดประโยชน์สร้างสรรค์

 เสียงพูดกันถึงชมรมไม่ชิงสุกก่อนห่าม ชมรมรักได้ไม่ยอมเสียตัว ชมรมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน จึงเริ่มขึ้นปากต่อปาก คนต่อคนให้ได้ยินว่าเด็กวันนี้ที่ยังมีสติเรียนรู้ ใช้ปัญญาดำเนินชีวิตก็มีอยู่ในสังคม และมิใช่มีอยู่เป็นส่วนน้อยด้วย

ใครจะไปรู้นี่อาจเป็นจุดพลิกผันอีกด้านของวัยรุ่นไทย หากเด็กผู้หญิงเข้าใจที่รักคุณค่าของตัวเอง เข้าใจว่าสาระของชีวิต มิใช่แสวงความสำราญกันตะพึด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำราญทางเพศ ที่พอข้ามเส้นบางๆ ไปเส้นหนึ่งก็กลายเป็นความสำส่อนทางกามารมณ์ไปแล้ว กลับเป็นคนกร้านโลกย์มิใช่คนเข้าใจโลก ที่ดำรงชีวิตอยู่เพื่อแสวงสาระและความสำราญในเวลาอันเหมาะสมได้อีกมากมาย ด้วยคุณค่าที่แตกต่าง

การผ่านผู้ชายมาสิบคนยี่สิบคน ไม่ได้ทำให้ฉลาดขึ้น เท่าๆ กับความเก่งกาจในกามารมณ์ ก็มิได้แสดงถึงภูมิปัญญาใดในการครองชีวิต

ตรงกันข้าม เมื่อเด็กหญิงทั้งหลายเรียนรู้ได้เร็วขึ้น เธอจึงเห็นพ้องกันเองว่า ในสังคมที่หญิงยังเป็นสินค้าทางเพศ เป็นท่อทางระบายความใคร่ และเป็นเครื่องเล่นทางกามารมณ์ ที่คนยังเห็นเป็นสิ่งของซื้อขาย สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นความเก่งกาจ ในการฟันผู้ชาย หรือผ่านผู้ชายมาอย่างโชกโชนนั้น

ที่จริงคือการเป็นเหยื่อกามของอีกเพศหนึ่งไปเปล่าๆ ปลี้ๆ เท่านั้นเอง หาได้เป็นประโยชน์โภชน์ผลใดๆ แก่ตัวไม่

ความหลงผิดในเรื่องนี้ จึงต้องถูกแก้ไขเสียที โดยพวกเธอเอง
คือไม่ยอมเสียตัวกันอย่างง่ายๆ หรือเสียตัวอย่างมักง่ายกันอีกต่อไป

ความรักเป็นเรื่องวิเศษ ความรักเป็นพลังอันพิสดาร เมื่อเกิดความรักความพึงใจในกันและกันแล้ว ก็ก่อเป็นแรงบันดาลใจอันมหาศาล ที่จะผลักดันให้คู่รัก ได้ช่วยกันแสวงหนทางงดงาม ที่จะเจริญเติบโตขึ้นในชีวิตอย่างมีคุณภาพ ช่วยกันคิด ช่วยกันเรียน ช่วยกันวางแผนการชีวิต

ยิ่งต่างฝ่ายต่างปฏิบัติต่อความรัก แก่กันและกันอย่างจริงใจ ก็ยิ่งเห็นความแตกต่างของการเข้ามา "หลอกฟัน" ของอีกฝ่ายกับการเป็น "สุภาพบุรุษ" ที่รู้อดทนอดกลั้น แนะนำกันแต่ในสิ่งดีๆ ที่จะไม่หลงโจนกันลงในปลักของตัณหา

ยิ่งจะทำให้แต่ละฝ่ายเข้าใจในเกียรติที่อีกฝ่ายมี และเข้าใจได้ในทันทีว่านั่นคือ "ศักดิ์ศรี" ของมนุษย์ ซึ่งหาไม่ได้ง่ายในทุกวันนี้อีกแล้ว

หญิงที่มีชายเช่นนี้รัก มิดีกว่าพบแต่ชายประเภทหน้าเหยือกหน้าไหฟันไม่เลือกหรือ

เพียงแต่ไม่ยอมเสียตัวง่ายๆ กันแต่แรก ก็จะเห็นเองว่าใครเป็นของแท้ของเทียม

รู้จักขืนใจตัวเองไว้ อย่าไปกลัวถ้าของเทียมผละไป โลกทั้งใบยังมีคนดีกว่าอีกนับไม่ถ้วน

ที่มา...หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top