ทำอย่างไรจึงจะไม่แก่ และอายุยืน


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 1,604 ครั้ง

คำตอบคือกินสายกลาง กินสายกลางคือกินมื้อเช้าและมื้อเที่ยง 

งดมื้อเย็น  เปรียบตัวเราเป็นรถยนต์ ตื่นเช้ามาต้องเติมน้ำมันก่อน

หรือกินมื้อเช้า รถจึงจะวิ่งได้ ถึงเที่ยงน้ำมันยังไม่หมด เติมอีกครั้ง  

ถึงเย็นก่อนนอนก็ยังไม่หมดพิสูจน์ได้ดังนี้  สมมติกินไข่ลวก 1 ฟองโตๆ

มีไข่แดงหนัก 50 กรัม ในไข่แดงมีคลอเลสเตอรอล 1 กรัม   ให้พลังงาน 9 แคลอรี่ 

ฉะนั้น 50 กรัม  ให้พลังงาน 450 แคลอรี่ 

จะต้องออกกำลังกายเพื่อใช้พลังงานนี้   โดยขี่จักรยานตั้งแรงต้านไว้  1.3   ก.ก.

ความเร็วที่ปั่นบันไดจักรยาน  60  รอบต่อนาที  ขี่อยู่นาน 60 นาที

จะเหนื่อยหอบ   เหงื่อไหลท่วมตัว   แต่ใช้พลังงานไปเพียง  300 แคลอรี่

ไข่ใบเดียวใช้ไม่หมด  ฉะนั้นถ้ากินมื้อเช้า  มื้อเที่ยง  จนถึงเย็น

พลังงานยังเหลือแน่นอน   ไม่จำเป็นต้องไปเติมอีก 

เพราะเวลานอนร่างกายจะนำพลังงานที่เหลือใช้ไปเก็บในที่ต่างๆ โดยตับเป็นผู้ทำงานนี้

ถ้าพลังงานเหลือมาก การเอาไปเก็บในที่ต่างๆ ก็มาก ทำให้อ้วน

และแน่นอนถ้าเก็บไม่หมดโดยเฉพาะพวกไขมันตัวโตๆ  จะต้องค้างอยู่ในหลอดเลือด

ถ้าค้างสะสมมากเท่าใด   รูหลอดเลือดก็จะเล็กลงทุกวัน 

เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้น้อยลง อวัยวะทั้งหลายก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหรือแก่เร็วขึ้น

ถ้าวันไหนอุดตัน   เช่นถ้าตันที่สมอง จะกลายเป็นคนพิการอัมพาตครึ่งซีก

ถ้าอุดตันที่ไต  ต้องล้างไต  เปลี่ยนไต   ถ้าตันที่ขา อาจต้องตัดขาทิ้ง

ถ้าตันที่กล้ามเนื้อหัวใจ   ก็จะไม่มีโอกาสได้สั่งลาใคร 

ฉะนั้นการกินมื้อเย็นจึงเป็นมื้อที่เร่งกระบวนการเสื่อมถึงเสียชีวิตให้เร็วขึ้นไปอีก

มื้อเย็นจึงเป็นมื้ออันตราย  เป็นมื้อตายผ่อนส่ง   ยิ่งกินมื้อเย็นมาก  ยิ่งผ่อนส่งมาก

ตายเร็ว  ถ้าไม่กินมื้อเย็น   ก็จะแก่ช้า  เสื่อมช้า  อายุยืน

 

การไม่กินอาหารมื้อเย็นเป็นเรื่องที่ต้องเอาชนะใจตัวเองอย่างมาก

ถ้าใครทำได้จะตัดทั้งกิเลส  สุขภาพดี   อายุยืน   และมีสมาธิดี

ความมุ่งมั่นสูง  ได้ประโยชน์ทั้งกายและใจ  แต่ท่านต้องฝึกกระเพาะให้เกิดความเคยชิน  

วิธีฝึกมี 4 วิธี

 

1      ค่อยๆ ลดปริมาณอาหารมื้อเย็น  ทีละน้อยๆ

เช่นลดกินข้าวจาก 2 จาน  เหลือ1 1/2 จาน สัก 3-4 เดือน  โดยมีข้อแม้ว่าหลังอาหารเย็นแล้ว

ห้ามกินอาหารใดๆ ทั้งนั้นยกเว้นน้ำเปล่า พอกระเพาะชินแล้วลดเหลือ 1 จาน

ต่อไปครึ่งจาน  ต่อไปไม่กินข้าวเลยกินแต่กับ   ต่อไปกินผักผลไม้

สุดท้ายงดอาหารเย็น

2.   ร่นเวลากินอาหารเย็น   เช่นจาก 2 ทุ่มมากิน 1 ทุ่ม

ต่อไปเลื่อนเป็น 6 โมงเย็น  5 โมงเย็น  4 โมงเย็น  3 โมงเย็น ฯ

3.   กินเม็ดแมงลักแทนมื้อเย็น  ใช้เม็ดแมงลัก 2 ช้อนโต๊ะใส่ในถ้วยน้ำแกงหรือน้ำเปล่า

คนแล้วดื่มทันที   ดื่มน้ำตามอีก 4-5 แก้ว

4.       กินมังสะวิรัตมื้อเย็น  การกินผักผลไม้ถือว่าเป็นอาหารไม่มีพิษ 

ร่างกายจะได้พักไม่ต้องทำลายพิษของอาหารเนื้อสัตว์

 

พิษที่สะสมไว้ก่อนก็จะถูกตับ ไต กำจัดหมดไปเองได้ 

ร่างกายมีเวลาถึง 18 ช.ม.  กำจัดพิษที่ติดมากับมื้อเช้า  มื้อเที่ยงได้ทัน

 

ฉะนั้นการไม่กินอาหารเย็น  จึงเป็นเวลาที่ตับ ไต จะสามารถกำจัดสารพิษจากอาหารมื้อเช้า

และเที่ยงได้หมด   ร่างกายจึงบริสุทธิ์ทุกวัน

            

ท่านทราบแล้วใช่ใหมว่า ทำไมสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติให้พระฉันเพียง 2 มื้อ 

คือ เช้า กับ เพล
 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top