จริยธรรมสร้างได้ตั้งแต่แรกเกิด


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 1,741 ครั้ง

“พ่อแม่สามารถปลูกฝังให้ลูกเป็นคนมีจริยธรรมได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่ไม่ใช่ด้วยการพูดสั่งสอนเพราะเด็กยังไม่รู้เรื่อง แต่เด็กจะซึมซับจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จากการกระทำของพ่อแม่ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ก็ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี” 
      
คำกล่าวข้างต้นเป็นผลงานเขียนของ ดร.โรเบิร์ต โคลส์ (Dr. Robert Coles) จิตแพทย์เด็กแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็นหนังสือเกี่ยวกับจริยธรรมในเด็ก 
      
กล่าวว่าบางครั้งพ่อแม่ก็สอนเรื่องจริยธรรมให้กับลูกโดยไม่รู้ตัว ยกตัวอย่าง แม่คนหนึ่งสังเกตว่าลูกวัย 6 เดือน พอกินนมเสร็จก็ขว้างขวดนมทิ้ง แรก ๆ แม่คิดว่าลูกยังไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ แต่หลังจากนั้นแม่ก็เริ่มรู้สึกว่าลูกกำลังสนุกกับการโยนของทิ้ง แม่จึงหาวิธีแก้ไขด้วยการพยายามเล่นกับลูก เบี่ยงเบนความสนใจเมื่อลูกกินนมเสร็จเอาของเล่นอย่างอื่นให้ แล้วค่อยเก็บขวดนมเปล่าออกไป เจ้าหนูก็หมดความสนใจที่จะขว้างขวดนมอีกต่อไป 
      
สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้เองเป็นการสอนระเบียบวินัย จริยธรรม การแยกแยะสิ่งดีไม่ดีให้กับลูก
      
การที่เด็กได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรัก ความเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ เด็กก็จะพัฒนาบุคลิกลักษณะนิสัยของตัวเองโดยเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ทำให้เด็กเป็นคนที่มีความรู้สึกใส่ใจผู้อื่น 
      
ในช่วง 2 - 3 ปีแรกเริ่มของชีวิตลูก เราสามารถปลูกฝังให้ลูกเป็นเด็กดีหรือเป็นเด็กเหลวไหลได้พอๆ กัน เพราะเด็กเล็กไม่สามารถจะแยกตัวเองออกจากสิ่งแวดล้อม ถ้าเด็กแรกเกิดได้ยินเด็กคนอื่นร้องเขาก็จะร้องด้วย แสดงว่าเด็กมีความสามารถที่จะมีความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ คนได้บอกว่าจริยธรรมมีอยู่แล้วในสมองของเด็ก มีเครือข่ายเส้นใยประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับจริยธรรมมาตั้งแต่เกิด
      
แคโรลีน ซาห์น-แวกซ์เลอร์ (Carolyn Zahn-Waxler) นักจิตวิทยาจากสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ไม่คิดว่าจะมียีนที่เป็นยีนดีหรือยีนไม่ดี แต่คิดว่ายีนเหล่านี้จะมีผลต่อสารเคมีในสมองซึ่งจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรม ร่วมกับการเลี้ยงดูของพ่อแม่ด้วย
      
เด็กที่พ่อแม่เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นจะเป็นคนที่เห็นใจผู้อื่นด้วยเช่นกัน มีการทดลองในเด็กฝาแฝดเหมือน ที่มีบุคลิกชอบช่วยเหลือผู้อื่นเหมือน ๆ กัน เปรียบเทียบกับแฝดไม่เหมือน อธิบายได้ว่าเพราะแฝดเหมือนมียีนเหมือนกันค่อนข้างมากและพิสูจน์ให้เห็นว่าพันธุกรรมหรือธรรมชาติเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กเป็นคนมีจริยธรรม ไม่ใช่การเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียว 
      
อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกสุดของพัฒนาการเรื่องจริยธรรมนี้ยังเป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวก่อน 
      
เด็กจะนึกถึงตัวเองก่อน (Ego Centric) คือ นึกถึงตัวเองเป็นใหญ่ และคิดว่าสิ่งที่เขาต้องการเป็นสิ่งถูกต้อง
      
ฉะนั้น จำเป็นที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีเสียก่อน 
      
และเมื่อลูกเริ่มเข้าใจมากขึ้น พ่อแม่สามารถช่วยพัฒนาเรื่องจริยธรรมให้เกิดขึ้นได้ ด้วยการสอนลูกให้มีสัมพันธภาพที่ดีกับเด็กอื่น เช่น ถ้าหากว่าลูกไปแย่งของเล่นคนอื่นก็ต้องสอนเด็กว่า “ถ้าคนอื่นเขามาแย่งของเล่นหนูไป หนูจะโกรธไหม” ถ้าหากเด็กมีความรู้สึกที่ดีหรือใส่ใจความรู้สึกผู้อื่น ก็ต้องพยายามชมเชยให้เด็กรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดี เช่น “หนูน่ารักจังเลย ที่แบ่งของเล่นให้เพื่อนด้วย” 
      
การฝึกระเบียบวินัยเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสร้างให้เด็กพัฒนาในเรื่องของจริยธรรม ในวัยที่เด็กเริ่มคลาน เริ่มเดิน เริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในโลกกว้าง เด็กพยายามที่จะเรียนรู้กฎเกณฑ์ของสังคม พ่อแม่ควรจะชี้แนะสิ่งที่ถูกที่ควรให้ลูกตั้งแต่วัยนี้
      
งานวิจัยของ ดร.เอมด์ (Dr. Emde) จิตแพทย์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science Center) มหาวิทยาลัยโคโลราโด กล่าวว่า เด็กน้อยวัย 2-3 ขวบจะหันมามองหน้าแม่ ดูว่าแม่จะอนุญาตหรือไม่ ถ้าเขาเดินเข้าไปใกล้ของเล่น เป็นการมองหาคำอนุญาตจากแม่ อากัปกิริยาของพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งที่บอกให้เด็กรู้ว่าเขาทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ 
      
กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่พ่อแม่สอนเด็ก จะช่วยให้เด็กมีจริยธรรมมีความภูมิใจในตัวเอง ถ้าทำสิ่งที่ถูกต้อง 
      
ขณะเดียวกันถ้าทำผิดก็จะมีความละอายเพราะทำสิ่งที่ไม่เป็นที่ยอมรับของพ่อแม่ 
      
ความละอายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตเป็นคนรู้จักผิดชอบชั่วดี เช่น ถ้าเด็กแกล้งรังแกสัตว์เลี้ยงในบ้านซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ พ่อแม่ก็จะต้องสอนให้เด็กรู้ว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่น่าละอาย เป็นสิ่งไม่ดี 
      
เด็กเรียนรู้เรื่องจริยธรรมตลอดเวลาแม้กระทั่งจากการพูดจาของคนในบ้าน เด็กจะได้แบบอย่างจากพ่อแม่ ลองคิดดูว่าจะมีผลต่อเด็กอย่างไรถ้าแม่ไม่อยากรับโทรศัพท์แล้วให้ลูกบอกว่าแม่ไม่อยู่ นั่นเท่ากับทำให้เด็กได้เรียนรู้การโกหก เขาก็จะเลียนแบบ ในทางตรงข้ามถ้าเขาหรือเธอตัวน้อยได้ยินผู้ใหญ่ในบ้านพูดจาไพเราะ มีคำว่า “ขอบคุณ”, “ขอโทษ” อยู่บ่อย ๆ เด็กก็ย่อมจะซึมซับสิ่งเหล่านั้นไปด้วย 
      
พ่อแม่ควรนึกอยู่เสมอว่าลูกเรียนรู้เรื่องจริยธรรมจากพ่อแม่ในการใช้ชีวิตประจำวันทุกเวลาทุกนาที 
      
เชื่อเถอะค่ะ..จริยธรรมสร้างได้ด้วยสองมือพ่อแม่

ข้อมูลจาก    ผู้จัดการออนไลน์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top