สัญญาณ บอกเหตุ เมื่อรักจืดจาง


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 2,020 ครั้ง

คบกันมานานแล้ว ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เรายังรักกันอยู่ไหม ครั้นจะถามไปตรงๆ ก็ไม่กล้า กลัวเขาจะหาว่า เราไม่มั่นใจในตัวเขาเสียอีก แล้วจะทำยังไง ถึงจะรู้ได้ว่า ความรักระหว่างเราแปรเปลี่ยนเป็นอื่นไปหรือยัง

หันมาลองสังเกตพฤติกรรมเล็กน้อยๆ เหล่านี้ ที่คุณและเขาทำ ร่วมกันดูซิว่า มันต่างไปจากเดิมหรือไม่ และมีสัญญาณใดที่จะเป็นตัวบ่งชี้ หรือเป็นลางบอกเหตุให้คุณรับรู้ได้ว่า ความรักหวานชื่นที่เคยมีให้กันกำลังจืด ชืด และจืดจางไม่หวานเหมือนเก่า สำรวจตรวจตราอาการที่เขาคนนั้นปฏิบัติ ต่อคุณในขณะนี้แล้วกันว่า เขาเข้าข่ายคนรักที่กำลังเบื่อหน่ายแฟนตัวเองอยู่รึ เปล่า

1. การไปทานอาหาร
เริ่มต้นจากว่า เดิมทีคุณไปทานอาหารด้วยกันก็เพราะอยากเจอ หน้าค่าตาแฟนจะได้เจริญอาหาร เรียกว่ากินไป สบตากันไป อย่างนี้เรียกว่าได้ สองทาง ทั้งอิ่มท้อง และอิ่มอกอิ่มใจ

แต่หากวันใดที่การไปทานข้าวด้วยกัน เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ ว่า ทำไปตามหน้าที่ หรือเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นแหละ คือจุดกำเนิดของการปฏิบัติต่อกันแบบขอไปที

2. ไม่สนใจใคร่รู้เรื่องราวส่วนตัวของอีกฝ่าย
เมื่อใดที่คุณเริ่มไม่รู้สึกว่า อยากจะรู้หรือใส่ใจเรื่องราวความ เป็นไปที่เป็นส่วนตัวของอีกฝ่ายหนึ่งเลย ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตความเคลื่อนไหว ในเรื่องต่างๆ ทั้งด้านการทำงาน ครอบครัว ญาติพี่น้อง ไม่มีการถามไถ่ถึงสาร ทุกข์สุขดิบกันเลยทั้งๆ ที่เป็นคู่รัก เป็นแฟนกัน

3. ตั้งเงื่อนไขวางข้อแม้สารพัด
พวกที่ชอบตั้งกฎกติกา เวลาจะทำอะไรให้กันทั้งทีก็ต้อง มีข้อแม้ต่างๆ นานาสารพัดเพื่อมาแลกเปลี่ยนกันไม่ให้เสียผลประโยชน์ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดการเสียเปรียบกัน อย่างนี้ถือว่า จุกจิกเกินไปเพราะ ประสาคนรักกันเขาไม่หยุมหยิมคิดมากกันละเอียดยิบชนิดที่ฉันให้เธอเท่านั้น เธอก็ต้องให้ฉันกลับมาเท่ากับที่ฉันให้ไป

4. ละเลยวันพิเศษ หรือเทศกาลวันสำคัญ
แม้จะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่เรื่องแบบนี้คงต้องมีบ้าง ยิ่งวันพิเศษเล็กๆ น้อยๆ หรือช่วงเทศกาลสำคัญทั้งทีก็ควรจะมีหวานให้กันสัก หน่อย ไม่ใช่มาออกตัวว่าลืม หรือจำไม่ได้
เอาเป็นว่า ไม่จำเป็นถึงกับต้องหาของขวัญล้ำค่าให้ก็แต่ ขอแค่ไม่ลืมกัน และจำวันเกิด หรือเอ่ยปากพูดคำหวานให้เขารู้ว่า ไม่ลืมวัน สำคัญของหวานใจ แค่นี้ก็ปลื้มแล้ว

5. ไม่ค่อยโทรศัพท์ถึงกันเหมือนเก่า
ทำไมมือไม้มันอ่อนไปหมดก็ไม่รู้ จะหยิบโทรศัพท์มากดหา หวานใจทั้งทีก็จำเบอร์ไม่ค่อยได้ ไม่มีอารมณ์อยากที่จะโทรหา
เมื่อใดที่อาการโทรศัพท์ลิซึ่มจืดจาง ปริมาณความถี่ที่กริ๊งกร๊า งหากันลดน้อยลงจนน่าใจหาย หรือแค่โทรมาอย่างเสียไม่ได้เพราะกลัวจะถูก ต่อว่าที่ไม่ยอมโทรถึงกัน อาการเช่นนี้ถือว่าส่อแววเซ็งแล้วแหละ

6. เฉยชา
หากปฏิกริยาอาการเมินเฉย เฉยชา ไม่กระตือรือล้นใส่ใจกัน เหมือนเก่า
ประเภทที่แต่ก่อนตอนทะเลาะกันก็จะเถียงกันคอเป็นเอ็นเพื่อเอา ชนะกันให้ได้ แต่ตอนนี้เริ่มเงียบเฉยชา และปล่อยให้อีกฝ่ายกลายเป็นบ้าเป็น หลังอยู่เพียงคนเดียว นั่นแหละใช่เลยที่เขาเริ่มถอดใจไปกับความรัก

7. นัดเดทน้อยครั้ง นานๆ เจอกันที
คนรักกันชอบกันก็มีแต่ต้องอยากเจอหน้า วันหยุดเมื่อไหร่ก็ต้อง นัดออกมาเจอกัน หรือไปเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลงกันทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดถึงวันหยุด แล้ว เขากลับมีความรู้สึกว่า อยากอยู่กับบ้านมากกว่าที่จะออกไปเจอหน้า หวานใจ บ่นพิรี้พิไรว่าขี้เกียจออกจากบ้านเพราะรถติด อ้างเหตุสารพัดเพื่อตัด บทที่จะไม่ต้องออกไปพบเจอกัน สัญญาณรักอันตรายกำลังเข้าใกล้คุณแล้ว จริงๆ

อาการเหล่านี้ อาจเริ่มเกิดเป็นพักๆ เท่านั้น ถ้าคุณเริ่มมีอาการที่ ว่ามาบ้างแล้วแม้แต่ข้อเดียว ขอให้รีบเปลี่ยนแปลงมันซะ ถ้าคุณยังอยากที่จะ รักษาสัมพันธ์รักครั้งนี้ของคุณอยู่

แต่ถ้าคุณเริ่มเบื่อของเก่า อยากลองรสชาติใหม่ๆ ดูบ้าง ก็คงต้องเปิดอกพูดคุยกันให้รู้ถึงความรู้สึกว่ายังอยากจะคบหาดูใจกันต่อไปอีก หรือไม่ หรือ ต่างฝ่ายต่างอยากเปิดโอกาสให้ได้มีโอกาสพบเจอคนใหม่ๆ ดูบ้าง
เอาเป็นว่า ถ้ารักจืดก็อย่าลังเลที่จะพูดออกไป เพราะถ้าปล่อย ปัญหารักร้าวไปมากกว่านี้ คุณเองอาจจะเป็นฝ่ายที่รู้สึกผิดที่ยังรั้งตัวเขาไว้ ทั้งๆ ที่ความรักมันไม่เหมือนเก่าอีกต่อไปแล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top