ขายกามผ่านเน็ต กับวันที่เพียงรู้สึกเศร้า..!!


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 2,149 ครั้ง

ถ้าเช้าวันนี้ (17 ส.ค.)นสพ.ข่าวสด หยิบมาพาดหัวอีก ข่าว “ขายตัวผ่านเน็ต ใช้หนี้พนันบอล” ก็จะเป็นข่าวพาดหัวสามวันซ้อน...ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้สูง
      
เพราะขณะที่ผมปั่นต้นฉบับอยู่ตอนสายวันที่ 16 ส.ค. ครม.กำลังพิจารณาเรื่องการพนันฟุตบอล ที่เชื่อมโยงไปถึงการขายบริการของนักเรียน นักศึกษา...
      
อันที่จริงสาระของข่าวเบื้องต้นที่ “ข่าวสด”นำมาเสนอนั้นมีเพียงว่า มีการโฆษณาขายบริการทางเพศผ่านทางอิ นเตอร์เน็ต โดยการส่งต่ออีเมล์กันเป็นทอดๆ มีการระบุราคาค่าตัว เงื่อนไขการขายบริการไว้ครบครัน รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์”เจ๊วรรณ” เบอร์บัญชีให้โอนเงินมัดจำ...
      
ในอีเมล์ระบุรายละเอียดว่า น้องๆ บางคนต้องใช้เงินเพราะติดหนี้พนันฟุตบอล..
      
ทางกองปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก สตรีและเยาวชน(ปดส.) หรือกองปราบปราม 4(ป 4) ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ แกะรอยเรื่องนี้มาก่อน ทำให้ทราบว่ามีพวกอยากลองของ หรือเฒ่าหัวงูบางคนโอนเงินไปถูกหลอกเรียบร้อยโรงเรียน”เจ๊วรรณ”ไปแล้ว..
      
. ขณะที่ปปง.ฟิตจัด ส่งคนไปตรวจสอบบัญชีที่ธนาคาร ก็พบว่าเพิ่งปิดบัญชีไปหมาดๆ..
      
ก็ว่ากันไป...”เจ๊วรรณ” จะมีจริงหรือไม่ บรรดาน้อง ๆ น้องเอ น้องบี น้องซี น้องแซด..ที่ปรากฏรูปหราในอีเมล์อาจจะไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริงทุกคนที่ยอมขายบริการ แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า..การ “ขายกามผ่านเน็ต” อย่างที่ข่าวสดนำเสนอนั้นมีแน่นอน และมีมานานแล้ว...
      
เพียงแต่คราวนี้...ถ้าเป็นไปตามข่าวก็ถือว่า สังคมไทยมันเริ่มเลยธงคำว่าเลวร้าย...เลยธงคำว่า..วิกฤตไปแล้ว...
       
ตอนที่ผมนั่งชมข่าวตอนเช้า เห็นพิธีกรรายการข่าวแทบทุกช่องพยายามอ่านข่าวนี้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ระทึกใจ....บางคนแกล้งแสดงอาการเหมือนไม่เคยรู้มาก่อน..
      
ถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร...คำตอบคือเฉยๆ เป็นความเฉยๆ ที่ค่อนข้างเศร้า...
      
ที่ยอมรับว่าเฉยๆ ก็เพราะประสาคนวัยย่าง 50 อย่างผม... ได้รับรู้ สัมผัสข่าว และข้อเท็จจริงเรื่องพรรค์อย่างนี้มามากพอจนทำให้รู้สึกชินชา..
      
ต้นปี 2520 เข้ากรุงเทพฯปีแรก ก็ประเดิมงานเขียนสารคดีชิ้นแรกเรื่อง “ลมหายใจ...โสเภณีคลองหลอด” ผลงานอาจจะพอเข้าตากรรมการ เลยถูกคุณพี่ไว ตาทิพย์ –คุณพี่ไพบูลย์ สุขสุเมฆ มอบให้ตะลุยทำข่าวซ่อง –สถานบริการทุกทิศทั่วไทยอยู่ร่วมปี...
      
เรื่องของโสเภณีสนามหลวงราคา 30 บาท ไปจนถึงโสเภณีนักศึกษา – ดารา ค่าตัว 3 พันยัน 3 แสนบาท..ก็พอจะมีความรู้ความเข้าใจอยู่บ้าง..
      
ทุกวันนี้วิญญาณอดีตนักข่าวสายซ่องโสเภณีก็ยังพอมีเหลืออยู่ ก็พอจะพูดได้ว่าเอาเข้าจริงการขายบริการผ่าน”เน็ต” เป็นปรากฏการณ์ธรรมดา เพราะนาทีนี้มีการขายตรง..ไดเรคเซลส์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน หรืออย่างดีก็มีแม่เล้า พ่อเล้าที่เป็นนักเรียนนักศึกษา ทำมาหากินกันเองอย่างเป็นขบวนการ...เพราะไม่อยากจะเสียค่านายหน้า..
      
ผมประเมินด้วยความรู้สึกว่า...จำเพาะแวดวงนักเรียน –นักศึกษาที่ขายบริการ จำนวนไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ต้องขายตัว เพราะการดำเนินชีวิตผิดพลาด ฟุ้งเฟ้อ ติดหล่มสิ่งที่เรียกว่าลัทธิบริโภคนิยมเต็มคราบ... บางรายแค่โทรศัพท์เครื่องเดียวเรื่องเดียว ก็เพียงพอที่จะเป็นเหตุผลักดันชักจูงได้แล้ว..!!
      
ที่เหลืออีก 10กว่าเปอร์เซ็นต์มีทั้งที่ขัดสนทางเศรษฐกิจจริงๆ พ่อแม่ไม่มีเงินส่งให้เรียน.. หรือไม่ก็เป็นกลุ่มที่พลาดท่าเสียทีผู้ชายมาแล้ว ชีวิตตกตกกระไดพลอยโจน...
      
ส่วนกลุ่มผู้หญิงทั่วไปที่ขายบริการ ตั้งแต่ในโรงแรมนรก ,อาบอบนวด และสถานบริการในรูปแบบต่างๆ (รวมทั้งกลุ่มใหญ่ขาประจำโรงแรมสยาม ถนนเพชรบุรี ตรงข้ามที่ทำการพรรคไทยรักไทย ที่ตำรวจกำลังตรวจจับกันแทบทุกคืน ) ต้องยอมรับว่า..ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความสมัครใจ เป็นเรื่องของทางเลือกวิถีชีวิตในห้วงเวลาหนึ่ง...
      
แน่นอนว่ามีบางส่วนก้ำกึ่ง..เป็นทางเลือก...ที่ไม่อยากเลือก เพราะถ้าเลือกได้ พวกเธอก็คงไม่อยากเลือกมาขายตัว..
      
       มาถึงคำถามว่า...แล้วจะทำกันอย่างไร จะแก้ปัญหานี้กันอย่างไร..!?
 
ต่อปัญหาในภาพรวม...ก็คงป่วยการที่ผมจะแสดงความคิดเห็นที่มีผู้สันทัดกรณี ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นักการเมืองได้สำแดงไว้ในต่างกรรมต่างวาระมากมายจนเกินพอแล้ว...
      
ผมไม่เคยวาดหวังว่า...จะมีใคร รัฐบาลไหนทำให้บ้านเมืองปลอดโสเภณี ปลอดการขายบริการดังว่ามาได้...เพียงแค่ได้เห็นว่า สังคมของเราเหลือ คนเพศแม่ขายตัวขายบริการกันน้อยมากก็พอแล้ว...
      
ส่วนการ “ขายกามผ่านเน็ต” ดังที่นสพ.ข่าวสด เขาจุดพลุข่าวนี้ขึ้นมา แค่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือตำรวจเก่งพอที่จะแกะรอย “เชือดไก่ให้ลิงดู” เป็นตัวอย่างดังที่ “ครูหยุย” วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สว.กทม.แกเรียกร้อง ก็ถือว่าเป็นบุญตาบุญใจแล้ว...
      
พูดถึงคนมีสีอย่างตำรวจ..ในฐานะผู้ถือกฎหมาย...ก็ต้องยอมรับว่า มีบทบาทสำคัญไม่น้อยในการคุมกำเนิด หรือส่งเสริมให้ขบวนการค้าขายกามเติบกล้า...
      
แต่ก็อีกนั่นแหละ ตำรวจปราบกันให้ตายก็ไม่หมด ตราบที่สังคมใหญ่ของเรายังไม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคม แม้แต่เพียงครึ่งเดียวของนโยบายหรือคำประกาศ...
      
ครับ “ข่าวสด”และน.ส.พ.ก็คงต้องพาดหัวข่าวทำนองว่า “โฆษณากามโผล่เน็ต /บริสุทธิ์ 3 วัน –จ่าย 1 .5 หมื่น” , “แม้วเต้น –จี้ตร.ล่ากามเน็ต –เร่งแก้ขายตัวพิษบอล” ..ฯลฯ..กันต่อไป..
      
คนพาดหัวข่าว คนเขียนข่าวก็เขียนกันไปจนชินชา คนเสพข่าวอ่านข่าวก็ชินชา..ชาจนเฉย...คล้ายๆ กับที่ผมกำลังเป็น..
      
แม้จะรู้สึกเศร้า...แต่สารภาพว่าขออภัยจริงๆ วันนี้หมดท่า หมดปัญญาที่จะเสนออะไรไปมากกว่านี้ !!

ข้อมูลจาก   ผู้จัดการออนไลน์

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top