วัยรุ่น วัยเรียน วัยรัก สิ่งไหนสำคัญกว่า / เรื่องเล่านศ.


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 2,186 ครั้ง

หลังเกิดเหตุการณ์น่าสลดใจที่นิสิต นักศึกษา ฆ่าตัวตาย หลังอกหักบอกเลิกกับ แฟน เราได้รับบทความจากสาวิตรี นามวิวัฒน์สุข นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ส่งเรื่อง “วัยรุ่น วัยเรียน วัยรัก สิ่งไหนสำคัญกว่า” มา ลองติดตามดูว่าฝีไม้ลายมือของ สาวิตรีเป็นอย่างไร...
      
       ******
หลังจากข่าวการตัดสินใจจบชีวิตตัวเองของนิสิตหนุ่มจุฬาฯ ที่ถูกคนรักบอกเลิก ทำให้ข่าวนี้ถูกจับตามองจากคนในสังคมเกี่ยวกับปัญหาเรื่องความรักแบบหนุ่มสาวที่ลาจากกันด้วยความตายหรือฆ่าตัวตาย
      
ถ้าถามว่ามีใครเคยอกหักบ้าง คงมีใครหลายคนแอบยกมืออยู่ในใจ โดยเฉพาะวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่กำลังค้นหาความรักที่แท้จริงในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความรักจากพ่อแม่หรือความรักแบบหนุ่มสาว เพราะ วัยรุ่นเป็นวัยที่มีอารมณ์อ่อนไหวง่ายกว่าวัยอื่น ๆ
      
โดยเฉพาะด้านจิตใจที่จะคิดว่าคนรอบข้างไม่เข้าใจ รวมไปถึงความเครียดในการเรียนหรือผิดหวังจากความรักดูจะเป็นเหตุผลที่ถูกนำมาเป็นประเด็น.ในการฆ่าตัวตายของวัยรุ่น
      
แต่แท้จริงแล้วการตัดสินใจจบชีวิตลงนั้นมีปัจจัยประกอบหลายอย่าง ไม่ใช่เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น เพราะวัยรุ่นในปัจจุบันมีความอ่อนแอทางด้านร่างกายและจิตใจมากพอสมควร หรือที่เรียกว่าภูมิคุ้มกันบกพร่องทางด้านจิตใจ วัยรุ่นแต่ละคนถูกสภาพแวดล้อมปรุงแต่งมาไม่เหมือนกัน บางคนเจอแต่สิ่งดีๆ บางคนพบแต่เรื่องเลวร้าย แต่ไม่ว่าทั้งสองนี้จะเป็นแบบไหนเราเลือกที่จะกระทำให้ดีได้
      
การเลี้ยงดูก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ วัยรุ่นในสมัยก่อนพ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงดูแบบตามใจ สอนให้มีความอดทนมีความแข็งแกร่งด้านจิตใจ สอนให้ต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง มีความทะเยอทะยานในชีวิต มีความใฝ่ฝันถึงอนาคตที่ดี
      
ซึ่งแตกต่างกับวัยรุ่นในปัจจุบันที่พ่อแม่เลี้ยงแบบตามใจอยากได้อะไรพ่อแม่ก็จัดสรรมาให้ถึงมือ จึงทำให้ตัวเองทำอะไรไม่เป็นเอาแต่ใจพอเจอปัญหาเข้าก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้คอยแต่จะหาทางออกที่ผิดๆ ทำให้ทุกวันนี้การฆ่าตัวตายของวัยรุ่น ตกเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน
      
นภา ศรีสุข หรือตั๊ก นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ผู้เคยถูกหักอกเล่าว่า รู้สึกเสียใจมาก ไม่อยากจะทำอะไรเลย เพราะในช่วงเวลานั้นจะนึกถึงแต่วันเก่าๆเกี่ยวกับคนรัก อะไรที่เคยทำด้วยกันกับคนรักมันจะติดอยู่ในใจ จะนึกถึงสถานที่ที่เคยไปด้วยกัน ยิ่งถ้าเรารักใครมาก ๆ เวลาที่คบกันอยู่แล้วเราไม่เคยรู้เลยว่าคนรักแอบไปมีคนอื่น แต่พอเลิกกันไปกลับมารู้ทีหลังมันทำให้เราเจ็บมากกว่าการถูกบอกเลิกเสียอีก
      
ตั๊กบอกอีกว่า ถึงแม้จะอกหักแต่ไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตาย คิดเพียงแต่จะทำร้ายตัวเองด้วยวิธีต่างๆ ที่ทำให้ร่างกายรู้สึกเจ็บ แต่มันก็ไม่เจ็บเพราะตกอยู่ในอารมณ์เสียใจมากว่า
      
“ การทำร้ายตัวเองไม่ใช้เป็นการเรียกร้องความสนใจ แต่มันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น เวลาจะช่วยให้เราลืมเรื่องความรักได้ แต่มันจะต้องใช้เวลานานกว่าที่จะลืมคนรักเก่าได้ ส่วนการที่จะมีคนรักใหม่จะต้องหาให้ดีกว่าคนเก่าไม่ด้วยหน้าตาที่ดีกว่าก็ต้องมีฐานะดีกว่า”
      
ก้องกิต ใจซื่อกุล นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เล่าถึงอดีตรักร้าวว่าเคยมีคนรักมาแล้ว 3คน แต่คนที่ทำให้รู้สึกเสียใจคือคนรักที่เป็นรุ่นน้องในสาขาเดียวกัน ซึ่งคบกันมาได้ประมาณ 2 ปี
      
ความรักกับรุ่นน้องเป็นแบบเดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกอยู่อย่างนี้ตั้งแต่คบกันมา จนทำให้รู้สึกชินชากับความรัก ครั้งล่าสุดสาเหตุที่เลิกกันโดยไม่คิดหันกลับมาคบกันอีกเหมือนครั้งก่อนๆ เพราะ ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ลูกผู้ชายอย่างก้องถึงกลับยอมไม่ได้
      
เมื่อจับได้ว่าคนรักแอบไปมีคนใหม่ในระหว่างที่คบกันอยู่ ก็ได้คุยคนรักเกี่ยวกับเรื่องที่จับได้ คนรักก็ยอมรับแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคิดว่าคนรักคงจะไม่ทำอีก แต่เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์คนรักก็โทรมาบอกเลิก จนทำให้ถึงกับอึ้งไปพักหนึ่งแต่ก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากเพราะได้คิดแล้วว่ามันจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
      
ก้องเล่าว่า เวลาที่อกหักจะหาทางออกด้วยการไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนหรือไม่ก็จะหาเวลาอยู่กับเพื่อนให้มากที่สุดเพื่อจะทำให้ลืมเรื่องความรักได้เร็วขึ้น ส่วนการคิดฆ่าตัวตาย ไม่เคยคิดเพราะเรื่องที่หนักกว่าความรักคือเรื่องครอบครัว
      
“ ความรักไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิต เพราะเรามีคนที่รักเราอยู่ถึงสองคนนั้นคือพ่อแม่ที่รักมากกว่าใคร”
      
ถ้าตอนนี้ก้องจะมีความรักใหม่ ก้องบอกคิดว่าคนๆ นั้นจะต้องเป็นแม่ของลูก แต่ถ้าคบดูแล้วโอกาสไปด้วยกันไม่ได้ก็ไม่คบต่อ เพราะความรักไม่เพียงแค่คบกันแล้วไปนั่งทานข้าวด้วยกันหรือเดินเที่ยวห้างด้วยกันเพียงแค่นั้น แต่ต้องศึกษาความรักให้ลึกซึ้งมากกว่านี้ เพราะ ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
      
สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้คนรักมีการเลิกรากันบ่อยครั้ง มาจากการที่คนรักไปมีคนอื่นในระหว่างที่คบกันอยู่จนทำให้ใครบ้างคนจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย เพราะไม่สามารถทนพิษของความรัก น่าเป็นห่วงอนาคตของชาติที่จะหมดไปกับเรื่องความรักแบบหนุ่มสาว จนทำให้การพัฒนาประเทศดูล้าช้าไปเพราะอนาคตของชาติหมดลงกับความรัก
      
ในเรื่องนี้จิตแพทย์มีคำแนะนำ นพ.อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้คนฆ่าตัวตายมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ภาวะซึมเศร้าที่ทำให้คนฆ่าตัวตายมากที่สุด รองลงมาคือ อารมณ์หุนหันพลันแล่น เสพสิ่งมึนเมา กรณีของนิสิตชั้นปีที่ 3 เท่าที่ได้ข้อมูล พบว่า
      
รายนี้มีการทะเลาะเบาะแว้งกับแฟนสาวเป็นประจำทั้งที่คบกันได้ไม่นาน อีกทั้งมาเจรจากันในช่วงเช้าระหว่างเรียนหนังสือ อาจมีความกลัดกลุ้มตลอดคืน นอนไม่หลับ เมื่อถูกตัดสัมพันธ์จึงเกิดอารมณ์หุนหันพลันแล่นได้ง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงอีก คุณหมออยากให้สถานศึกษามีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาใกล้ชิดกับนิสิตนักศึกษา ค้นหาผู้มีภาวะเสี่ยง มีระบบการดูแลอย่างใกล้ชิด
      
“ผมอยากให้ญาติหรือสถานศึกษาดูแลอย่างใกล้ชิด ถ้าพบลักษณะเสี่ยงแบบนี้อาจจัดโปรแกรมให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่งหรือว่ายน้ำ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ๆ ละ 30 นาที ต่อเนื่องกัน 3 เดือน ร่างกายจะปรับตัวได้ดีขึ้น คลายเครียด มีความสุขจากการหลั่งเอ็นดอร์ฟิน ทำให้คนสงบ สารซีโรโทนิน นอนหลับสบาย หลั่งสารโดปามีน ทำให้สนุกสนาน การออกกำลังกายมีแต่ได้กับได้” นพ.อภิชัย กล่าว และว่าสารเอ็นดอร์ฟิน ที่ร่างกายผลิตได้นั้น มีฤทธิ์เป็น 10 เท่าของฝิ่น ทำให้คนติดการออกกำลังกาย ผ่อนคลาย
      
รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวย้ำว่า พ่อแม่ไม่ควรเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ให้ความสะดวก ให้เงิน ไม่ให้ทำงานบ้าน อยากได้อะไรจัดให้ทุกอย่าง จนทนกับภาวะบีบคั้นหรือความผิดหวังไม่ได้ ควรให้ลูกมีประสบการณ์ชีวิตหรือวัคซีนใจ ให้เขามีโอกาสได้แก้ปัญหาเองบ้าง
      
หากลูกมีแฟนในวัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นวัยที่กำลังก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่ไม่ควรห้ามเด็ดขาด เพราะจะเหมือนการยุ แต่ให้สอดส่องดูแล เล่าประสบการณ์ชีวิตรักของพ่อแม่ให้ฟัง กว่าจะได้แต่งงานผ่านการคบหากับเพศตรงข้ามมาอย่างไรบ้าง ซึ่งบางคนอาจคบเป็นสิบคน จึงจะมาพบคนที่ “ใช่เลย” แต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกัน นพ.อภิชัย กล่าว
      
       *****
      
สาวิตรี นามวิวัฒน์สุข นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ข้อมูลจาก     ผู้จัดการออนไลน์   11 พฤศจิกายน 2548 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top