แอบรัก “เพื่อนสนิท” ชีวิตวุ่นๆ ของหนุ่มสาวมหา’ลัย


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 4,685 ครั้ง

“ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย…ว่าเพื่อนคนหนึ่งมันแอบมันคิดอะไรไปไกลกว่าเป็นเพื่อนกัน”
      
       แว่วเสียงเพลงท่อนหนึ่งที่พอฟังแล้วคงเข้าไปสะกิดอกสะกิดใจของใครหลายคนที่เคยหรือกำลังตกในห้วงแห่งความรัก และแถมเป็นรักที่ต้องหลบๆซ่อนๆเพราะรักที่ว่าเกิดขึ้นกับเจ้าเพื่อนสนิท บางรายถึงขั้นเป็นคู่หูคู่ซี้กันเลยก็ว่าได้ จึงทำให้บทสรุปของความรักดูเหมือนจะไม่ได้ลงเอยในแบบที่ต้องการเท่าที่ควร
      
       เพื่อเจาะลึกกันให้ถึงแก่น ถึงก้นบึ้งหัวใจของหนุ่มสาวชาวมหาวิทยาลัย ไลฟ์ ออน แคมปัส จะพาไปย้อนตำนาน ‘ไข่ย้อย’ – ‘ดากานดา’ ที่เคยเป็นกระแสฮอตฟีเวอร์มาแล้วสำหรับคนที่ไปแอบรัก ‘เพื่อนสนิท’อย่างจัง พร้อมทั้งนำไปสัมผัสกับอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์ตรงและเป็นเรื่องจริงของชาวมหาวิทยาลัย
      
       มาดูกันซิว่าแต่ละคนจะมีวิธีจัดการกับความรักและความรู้สึกของตัวเองอย่างไรกันบ้างถ้าเกิดอาการแบบนี้...
      
       เริ่มกันที่สาวน้อยคนแรก ‘บุ๋ม’ ชิศณุภาดา สุขใจ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยหอการค้า ที่เล่าอย่างเปิดอกว่า ความรักของเธอเริ่มต้นตั้งแต่เห็นหน้าเพื่อนคนนั้นเรียกง่ายๆ คือตรงสเปก โดยช่วงเวลาที่พบกันเป็นช่วงที่เพิ่งเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและได้ทำกิจกรรมรับน้องใหม่ร่วมกัน และนับจากนั้นเป็นต้นมาก็ทำให้เธอและเขากลายมาเป็นเพื่อนร่วมก๊วนเดียวกัน พร้อมทั้งพัฒนาความสนิทสนมกลมเกลียวและแน่นแฟ้นมากขึ้นเป็นลำดับ กระสุดท้ายก็ไม่สามารถห้ามหัวใจของตัวเอง จนทำให้กลายเป็นคนแอบรักเพื่อนตัวเองไป
      
       แต่ที่น่าอลเวงไปกว่านั้นก็คือ กลับมีเพื่อนผู้ชายในกลุ่มเดียวกันอีกคนมาชอบเธอ โดยให้เขาคนนั้นเป็นพ่อสื่อให้
      
       “ก็รู้สึกดีที่มีคนมารัก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร อยากให้เป็นเพื่อนกันต่อไปจะดีกว่า ส่วนเขาคนนั้นที่บุ๋มแอบปลื้ม คิดว่าหากบอกคำว่ารักไปก็เกรงว่าจะเขินๆกัน จนพาลจะมองหน้ากันไม่ติดและเสียเพื่อนไป ในทางกลับกันถ้าจะให้คบเป็นแฟนไปเลยก็คงไม่ไหวเพราะกลายเป็นเพื่อนกันไปแล้วขอเก็บไว้ในใจต่อไปจะดีกว่าเพราะเท่าที่รู้คือเขาก็มีคนรักของตัวเองอยู่แล้ว ส่วนตัวบุ๋มเองก็มีคนรักอยู่เช่นเดียวกัน จึงอยากเก็บเป็นความรู้สึกดีๆอย่างนี้จะดีกว่า”
      
       “แค่แอบชอบไปอย่างนี้จะดีกว่าค่ะ เพราะต่างคนต่างก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย เราแค่ชอบที่เขาน่ารักดี รักแบบนี้มันสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายเหมือนกันเพราะความใกล้ชิด แต่การจะพัฒนาไปอีกขั้นนั้นคงเป็นเรื่องยาก ส่วนเรื่องความรักในวัยอย่างนี้นั้นคิดว่ามีก็เป็นเรื่องที่ดีมันช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราได้มีกำลังใจในการเรียนหรืออะไรหลายๆอย่าง แต่ทั้งนี้ต้องมีขอบเขต นั่นรวมไปถึงเรื่องเซ็กด้วยค่ะ ต้องถึงเวลาอันควรจริงๆ”
      
       ส่วน ‘แพร’ ธิดารัตน์ เซาะสูงเนิน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งสาวที่ตอนนี้กำลังแอบปลื้มเพื่อนชายคนสนิท ซึ่งมีแนวโน้มว่าเพื่อนคนนั้นก็มีทีท่าว่าจะชอบเธอตอบเช่นกัน
      
       แพรเล่าว่าตอนนี้เพื่อนคนนั้นเป็นผู้ชายที่สนิทที่สุดซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยเริ่มสนิทสนมกันมาตั้งแต่เรียนอยู่ปี 1 ด้วยความที่ซี้กันมากและเป็นคนที่คอยเทกแคร์เธอมาตลอดเลยทำให้ความรู้สึกขณะนี้เป็นมากกว่าเพื่อนไปซะแล้ว ซึ่งมันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวจริงๆ
      
       ด้วยความที่สนิทกันมากเลยทำให้เพื่อนๆในคณะต่างคิดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน ซึ่งแพรบอกว่าจริงๆถ้าเลือกได้ก็อยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกันเพราะเท่าที่รู้จักคือต่างฝ่ายต่างยังไม่มีใคร แต่จะให้บอกความรู้สึกในใจของตัวเองออกไปตอนนี้คงยังไม่กล้า กลัวว่าจะเสียเพื่อนไป หากเขาไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่สักวันหนึ่งเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมจะต้องบอกออกไปแน่นอนและเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็รู้สึกกดดันไม่ใช่น้อย
      
       “เขายังเคยพูดกับเราเลยว่ามีเราก็ดีนะเอาไว้เป็นกันชนผู้หญิง แต่นั่นแหละเขายังไม่เคยพูดกับเราเรื่องว่าจะขอเป็นแฟนหรือคบกันสักที ทั้งที่บางทีการแสดงออกของเขามันทำให้เรารู้สึกได้ว่าเหมือนจะชอบๆเรา เช่น โทรมาคุยเล่นๆขำๆ ซึ่งอันนี้เป็นบ่อยมาก แต่ถ้อยคำที่เราใช้เรียกกันประจำคือแกกับข้าเพราะเราสนิทกันมาก จริงๆอยากจะบอกเขาอยู่เหมือนกันเพราะมันอึดอัดมากแต่เอาไว้ขึ้นปี 4 ให้เราพร้อมมากกว่านี้ดีกว่า แต่เกิดความรักแบบนี้ก็ดีนะทำให้ชีวิตมีรสชาติดี”
      
       ส่วนสาว ‘แอน’ วิภาดา ปะวะสี นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็อีกหนึ่งสาวที่ไปแอบรักเพื่อนสนิทแต่เธอเลือกใช้วิธีบอกความในใจออกไปผ่านแม่สื่อแม่ชักแทนที่จะเก็บความรักไว้เหมือนหลายๆคน
      
       แอนเล่าว่าแอบชอบหนุ่มคนนั้นตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แต่แอบมองมาตลอดแต่เพิ่งมีโอกาสแสดงความรู้สึกที่ว่านี้ออกไปเมื่อตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโดยให้เพื่อนผู้หญิงอีกคนทำหน้าที่แม่สื่อให้ ในครั้งนั้นเธอได้ซื้อของขวัญมอบให้เขา ซึ่งเขาก็รับไว้แต่ก็ไม่ได้บอกกลับมาว่ารู้สึกอย่างไรตอบ
      
       กระทั่งเวลาล่วงเลยมาได้สักระยะจึงให้เพื่อนสาวคนเดิมช่วยไปถามความรู้สึกเขาตรงๆว่าจริงๆแล้วรู้สึกกับเธออย่างไรบ้างซึ่งคำตอบที่ได้รับคือเขาต้องการเป็นเพียงเพื่อนกับเธอเท่านั้นคงไม่สามารถเปลี่ยนสถานภาพได้แม้ตอนนี้ตัวเขาเองจะยังไม่มีใครเลยก็ตาม ความรู้สึกตอนนั้นก็เล่นเอาเธอเสียใจไม่ใช่น้อย แม้แต่ตอนนี้เองเธอก็ยังตัดใจไม่ได้ทำได้เพียงแต่แอบชอบเขาไปอย่างนี้เรื่อยๆ
      
       “เขาเป็นเพื่อนสนิทของเพื่อนเราอีกที ซึ่งเพื่อนเราก็พยายามเชียร์เรากับเขาเต็มที่ จนเคยเกือบจะคบกันด้วยซ้ำ แต่จนแล้วเขาก็ฝากบอกเพื่อนมาบอกว่าให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น ก็ไม่เป็นไรค่ะเข้าใจเรื่องอย่างนี้มันบังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว”
      
       นี่แหละที่เขาว่าเรื่องของความรักต้องขึ้นอยู่ที่ใจคงไม่มีใครสามารถกำหนดให้ใครรักใครได้ แต่อย่างไรก็ตามความรักจะยังเป็นสิ่งที่สรรค์สร้างโลกใบนี้ให้สวยงามอยู่เสมอ ถ้าเรารู้จักรักให้เป็น ให้ถูกที่ ถูกเวลา ว่าไหมล่ะ..

ข้อมูลจาก    ผู้จัดการออนไลน์   29 มิถุนายน 2549


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top