ถีงคนที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่ง


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 1,748 ครั้ง

ถึงคนที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่ง

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก
ลองอ่านและซึมซาบความรู้สึกอย่างช้า ๆ “ เมื่อเธอต้อง
การหย่าขาดจากชั้นไป.... เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป ”

ในวันแต่งงานของผม  ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา
เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า  ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน
ดังนั้นผมจึงทำตาม
เธอเขินอายในอ้อมแขนผม

ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
> >>>>> > >นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มา
> >>>>> > > >ทุกอย่างก็เหมือนเดิม
> >>>>> >
> >>>>>
เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น...
ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...

ทุก ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน
> >>>>> > >ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้
> >>>>> > >บ้าน  ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก... แต่แล้ว

ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....

เจนเข้ามาในชีวิตของผม ... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...
> >>>>> > >เจนเข้ามาสวมกอดผมจาก
> >>>>> > > >ด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก..

ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...เธอบอกว่า คุณ
เป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุก        คน        ถวิลหา...
คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม... ตอน
ที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ .เธอบอกว่า  วันที่
คุณประสบความสำเร็จ
ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้
หญิงวิ่งเข้ามาหา... ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม... แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว.... ผมปลีกตัวออกจากเจน “

วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ
... แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก  เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน...


ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....ทั้งที่จริงๆ
> >>>>> > >แล้วผมไม่เคยมีความ
> >>>>> > > >คิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
> >>>>> > >ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด...
> >>>>> > > >เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน... จริง ๆ
แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก.. ทุกๆเย็นเธอจะวุ่นวายกับการ ทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...

หรือ...
> >>>>>ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....
> >>>>> > >มองเรือนร่างอันงดงาม
> >>>>> > >ของเจน... ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง

วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...
> >>>>> > >เธอจ้องมองผม
> >>>>> > >อย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอ
> >>>>> > >มั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่
> >>>>> > >ไกลตัวเธอมาก...ผม
> >>>>> > >นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็น
> >>>>> > > >เรื่องจริง... เธอจะเป็นอย่างไร
> >>>>> > >วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ..สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะ
> >>>>> > > >ออกไปพอดี... พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก...
> >>>>> > >เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่าง
> >>>>> > > >จากเธอ....  เธอเหมือนจะรับรู้มันได้...   แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ
> >>>>> > >กับพนักงานทุกคน....แต่ผมก็
> >>>>> > > สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น

ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า..หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า..

ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ...

เธอนั่งทานอาหารอย่าง เงียบๆ...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่ง

ที่ผมต้องการพูดไม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น..

เธอร้องไห้อย่างหนัก... ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา...แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ..ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้.มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...ทุก ๆ
> >>>>> > >อย่างในบ้าน
> >>>>> > >ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด....
เธอเหลือบมองกระดาษที่
> >>>>> > >ผมร่างขึ้น...แล้ว
> >>>>> > >ฉีกมันทิ้ง...มันทำให้ผมรู้สึก
> >>>>> > >เจ็บปวดมากขึ้น...ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลาย


เป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...เธอร้องไห้
> >>>>>ด้วยความเสียใจ
> >>>>>อย่างที่สุด...สำหรับผมแล้ว..การ
> >>>>>ร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่ยยความ

สับสนของตัวผมเอง...หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..ในที่สุด
> >>>>>...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้น
> >>>>>มาจริง ๆ เสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อน
> >>>>>ข้างดึก...เห็นเธอเขียนอะไรบาง

อย่างบนโต๊ะ..ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่าเธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน.

เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง...รัชต์..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อม
กอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน

ผมยอมรับ
>ด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า        เธอคิดถึงวันดีๆ
> >>>>> > >เหล่านั้น...และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่ง
> >>>>> > >งานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง..เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม..
> >>>>> > >เธอจะต้องยอมรับผล
> >>>>> > >ของการหย่าร้างให้ได้...
> >>>>> > >คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....


เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือ       

แล้วพูดด้วยความดีใจว่า ว้าว...
วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา..ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆน้อยๆ

เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน.ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆ
อีกมากมาย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย...


ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอ
> >>>>>เลย...หรือบาง
> >>>>>ทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่
> >>>>>ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอ
> >>>>>ผอมลงจนไม่
> >>>>>สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้.นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น
> >>>>>ผมรู้ดีว่าเธอ
> >>>>>พยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...  ลูกของเราร้องขึ้นว่า
> >>>>>พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ..สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด...เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง ๆผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย


และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง...ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก...

เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว..ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า...ผมกอดเธอแน่น..และผมก็ตระหนักว่า..ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน...ผมขึ้นรถทันที


เพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้
> >>>>>....เธอเปิด
> >>>>>ประตูออก...ผมบอกเธอว่า เจน..ผมขอโทษ...
> >>>>>ผมจะไม่หย่า....เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม..       

คุณสบายดีหรือเปล่า
> >>>>> เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ...
> >>>>> ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...ชีวิตการแต่งงานของ

เราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...ผมขาดการ
> >>>>>เอาใจใส่ใน
> >>>>>ตัวเธอ....มันไม่        ได้
> >>>>>หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....ตอนนี้ผมเข้า

ใจแล้ว....ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...
เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....

ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะ
> >>>>> > >ร้านดอกไม้.... พนักงานขาย
> >>>>> > >ดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า...ผม
> >>>>> > >จะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่

ที่มา FW. Mail

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top