Valentine&White Day สไตล์ญี่ปุ่น


โดย Webmaster วันที่ 23 ส.ค. 2555 23:32 น. อ่านไป 1,997 ครั้ง

คำเตือน : ชอกโกแล็ตวาเลนไทน์ที่เขาขายเกลื่อนกันตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ชาย(แท้)ไทยคนใดอย่าอาจหาญไปซื้อมาเชียว แม้คุณจะต้องการไปซื้อให้เป็นของขวัญแก่หญิงที่คุณรักก็ตาม ไม่งั้นคุณอาจจะโดนมองว่าเป็นชายไม่จริงหญิงแท้ได้!! เพราะอะไรนั้น ลองอ่านบทความนี้ก็จะรู้เองค่ะ

14 กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี เป็นปีที่ทั้งชายและหญิงชาวญี่ปุ่น ต่างก็รอคอยกัน คุณผู้ชายคงรอคอยว่า ปีนี้จะได้หรือไม่ได้... จะได้อะไรนี่ก็มีความเป็นไปได้หลายอย่างนะค่ะ เช่น จะได้ชอกโกแล็ตไหมหนอ จะได้แฟน (=ถูกสารภาพรักไหมหนอ) บางคนหวังถึงว่า จะได้แอ้มไหมหนอ ด้วย ส่วนคุณผู้หญิงก็คงตื่นเต้นไม่แพ้กัน ที่จะคิดว่าปีนี้จะให้กับใครดี.... จะให้อะไรนี่ก็แล้วแต่คนนะค่ะ บางคนคิดหนักว่าปีนี้จะให้ชอกโกแล็ตกับใครบ้าง , จะให้คำสารภาพรักเขาคนนั้นดีไหม บางคนถึงขนาดเตรียมใจที่จะให้ความบริสุทธิ์กับเขาคนนั้น ในวันนี้ แหะๆๆ... สรุปแล้ว 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ชายหญิงญี่ปุ่น (และทั้งโลก) ทุกคนต่างรอคอย เพราะถือเป็นวันที่จะได้และให้ความรัก คือวันวาเลนไทน์นั่นเอง

ประวัติของวันวาเลนไทน์

เริ่มมาจาก เมื่อศตวรรษที่ 3 มีบาทหลวงองค์หนึ่งชื่อ เซนต์ วาเลนไทน์ ไม่เห็นด้วยกับการที่จักรพรรดิ คราวเดียสที่ 2 แห่งโรม ห้ามไม่ให้เหล่านักรบแต่งงาน เนื่องจากเกรงว่าหากนักรบมีครอบครัวแล้ว จะทำให้คุณภาพของกองทัพด้อยลง เซนต์ วาเลนไทน์ จึงทำการแอบจัดพิธีอย่างลับๆให้กับเหล่านักรบที่มีความต้องการจะแต่งงาน แต่เรื่องก็เข้าไปถึงหูของจักรพรรดิ์ ทำให้เซนต์ วาเลนไทน์ ถูกสำเร็จโทษเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีคศ 269 เหล่าหนุ่มสาวที่ได้แต่งงานกันเพราะความช่วยเหลือของเซนต์วาเลนไทน์ จึงเลือกวันที่ 14 กพ ซึ่งเป็นวันตายของเซนต์วาเลนไทน์ เป็นวันระลึกถึงท่านเซนต์วาเลนไทน์ เพื่อแสดงความขอบคุณและความเศร้าโศกในการตายของท่าน และหลังจากนั้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 14 หนุ่มสาวหลายคู่ได้ส่งของขวัญหากันและกัน และเป็นวันที่ใช้สำหรับสารภาพรัก กันในแถบยุโรปและอเมริกา  และกระทำกันเรื่อยมาทุกๆปีตั้งแต่จากนั้นเป็นต้นมา

สำหรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่นนั้น ก่อนอื่นต้องขออธิบายความแตกต่างระหว่างในญี่ปุ่นและในประเทศอื่นๆก่อน ในญี่ปุ่นนั้น วันวาเลนไทน์ เป็นวันที่ "ผู้หญิงจะให้ชอกโกแล็ตแก่ผู้ชาย" (แต่ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเฉพาะการให้ชอกโกแล็ต แต่อาจจะมีการให้ของขวัญอื่นๆ และอาจจะสารภาพรักต่อฝ่ายชายในวันนี้ (ซึ่งชายโสดหลายๆคนอยากได้ยิ่งกว่าวสิ่งของอื่นใดในโลก)) แต่สำหรับวาเลนไทน์ของประเทศอื่นๆนั้น จะเป็นวันที่ "ผู้ชายให้ของขวัญแก่ผู้หญิง" หรือไม่ก็ "ทั้งชายและหญิงให้ของขวัญแก่กันและกัน" สำหรับที่ญี่ปุ่นแล้ว วันที่ผู้ชายจะให้ของขวัญแก่ผู้หญิงนั้น จะเรียกว่า White Day ซึ่งตรงกับวันที่ 14 มีนาคม 1 เดือนหลังจากวันวาเลนไทน์ ปัจจุบันมีเพียงเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เท่านั้น ที่มีเทศกาลวัน White Day

และเนื่องจากในตอนที่เซนต์ วาเลนไทน์ โดนจับอยู่นั้น ลือกันว่าเขาได้เขียนจดหมายรักจ่าหน้าไปถึงหญิงคนหนึ่งที่เขาตกหลุมรักอยู่ ก่อนที่จะถูกสำเร็จโทษ ในต่างประเทศก็จะมีหนุ่มสาวส่งการ์ดถึงกันและกันในวันวาเลนไทน์ด้วย

หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมวันวาเลนไทน์ของญี่ปุ่น ถึงเป็นวันที่ผู้หญิงให้ชอกโกแล็ตกับผู้ชายเท่านั้น เหตุผลก็คือ เมื่อดูจากประวัติศาสตร์ของเทศกาลวันวาเลนไทน์ของญี่ปุ่นแล้ว คนญี่ปุ่นรู้จักวันวาเลนไทน์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1936 โดยการโฆษณาของบริษัทชอกโกแล็ตชื่อดังชื่อ Morozoff ( http://www.morozoff.co.jp/ ) เนื่องจากเจ้าของของบริษัทชอกโกแล็ตนี้ รู้จักกับนักหนังสือพิมพ์ในอเมริกา และได้รับรู้ถึงประเพณีในวันวาเลนไทน์จากนักหนังสือพิมพ์คนนั้น จึงมีความคิดที่จะนำมาเผยแพร่ในญี่ปุ่นด้วย โดย Morozoff เริ่มโปรโมตวันวาเลนไทน์ให้ชาวญี่ปุ่นรู้จักเป็นครั้งแรกด้วยการโฆษณาว่า เป็นวันสำหรับให้ของขวัญกับคนรัก แต่ว่าในปีที่มีการโฆษณานั้น ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะทางบริษัทขายช็อกโกแล็ตราคา 50 เยน ได้แค่ 3 ชิ้นเท่านั้น

หลังจากนั้นในปี 1958 เจ้าของร้าน Mary's Chocolate ( http://www.mary.co.jp/ )  ได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์จากเพื่อนของเขาในยุโรป ทำให้เกิดความคิดที่จะแนะนำเทศกาลนี้ในญี่ปุ่นอีกครั้ง และเพื่อเสริมยอดขายชอกโกแลตของทางบริษัท จึงตัดสินใจจัดแคมเปญพิเศษ และโฆษณาว่า ในวันวาเลนไทน์นั้น ขอเชิญชวนผู้หญิงให้ชอกโกแล็ตเป็นของขวัญแก่ผู้ชายกันเถอะ ที่ห้างสรรพสินค้า  Isetan  สาขาชินจูกุ ในโตเกียว

เหตุผลที่ทาง Mary's Chocolate ต้องโปรโมตว่าเป็นผู้หญิงที่ต้องเป็นฝ่ายให้ ก็เพราะว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาช้อปปิ้งในห้างอิเซตันนั้นเป็นผู้หญิงนั่นเอง นอกจากนั้นได้มีการผลิตชอกโกแล็ตออกมาเป็นรูปหัวใจ หรือเป็นรูปราศีต่างๆออกมาด้วย ทำให้เกิดความนิยมขึ้นอย่างมาก และเมื่อจัดแคมเปญนี้ติดต่อกันเรื่อยๆมา ก็ทำให้บริษัทอื่นๆเช่น โมรินากะ ( http://www.morinaga.co.jp/ ) ทำตามบ้าง จนในที่สุดเมื่อประมาณปี 1970  วันวาเลนไทน์ กลายเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน สมาคมชอกโกแล็ตและโกโก้ของญี่ปุ่น ได้ทำการบัญญัติให้วันที่

14 ก.พ. ของทุกปี เป็นวันแห่งชอกโกแลต เพื่อให้บริษัทขายชอกโกแล็ตต่างๆโปรโมตและขายชอกโกแลตได้ง่ายมากขึ้น และท้ายที่สุดวันนี้จึงเป็นวันที่ผู้หญิงจะให้ชอกโกแล็ตกับผู้ชายเป็นประเพณีไปเลยจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่แน่นอนสำหรับวงการชอกโกแล็ต ที่ยอดขายจะสูงขึ้นปรี๊ดในเดือนกุมภาพันธ์มากกว่าเดือนอื่นๆในปี สามารถกล่าวได้ว่าวันวาเลนไทน์ในญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นมาจากกลยุทธ์การขายชอกโกแล็ตของบริษัทผลิตขนมของญี่ปุ่น ซึ่งในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะมีชอกโกแลตวาเลนไทน์ออกวางขายกันเกลื่อน และแน่นอนยอดขายของชอกโกแล็ตก็จะสูงขึ้นอย่างมาก เป็นไปตามกลยุทธ์ของทางบริษัทผลิตชอกโกแล็ตที่ถูกวางไว้

สำหรับวัน White Day ที่ถือว่าเป็นเซ็ตคู่กับวันวาเลนไทน์นั้น ริเริ่มโดยร้านขายขนมชื่อ Ishimura Manmoridou ในเมืองฟุกุโอกะ เมื่อปี 1978 และหลังจากนั้นก็มีสานต่อโดยโปรโมตให้คนให้ของขวัญที่เป็นสีขาว และในเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถูกบัญญัติให้เป็นวันแห่งชอกโกแล็ตโดยสมาคมชอกโกแล็ตและโกโก้แล้ว ทางสมาคมอุตสาหกรรมลูกกวาดแห่งประเทศญี่ปุ่น  จึงได้ตัดสินใจรณรงค์ให้คนให้ของขวัญกันเป็นลูกกวาด (Candy) กันในวัน White Day และบัญญัติให้วัน White Day เป็นวันแห่งลูกกวาดด้วย

และทั้งหมดก็เป็นประวัติความเป็นมาของวันวาเลนไทน์และ White Day ในญี่ปุ่น (อย่าเพิ่งหาวกันนะค่ะ ประวัติอะไรๆก็น่าเบื่อกันแบบนี้หมดแหละ) คราวนี้จะขออธิบายว่าในวันวาเลน์ไทน์และ White Day ของญี่ปุ่นนั้น เขามีธรรมเนียมปฏิบัติยังไงกันบ้าง
วันวาเลนไทน์ ...  คือวันที่ 14 กพ ของทุกปี เป็นวันที่ผู้หญิงให้ชอกโกแล็ตเป็นของขวัญแก่ผู้ชายที่รักหรือชอบ (2 คำนี้มันต่างกันยังไงนะ!?)  มีการเรียกชอกโกแล็ตแบบที่ให้กับผู้ชายที่ตนรัก(แบบเป็นแฟน) หรือต้องการสารภาพรัก และนอกจากนี้ก็ยังมีการให้ชอกโกแล็ตแก่ผู้ชายที่ไม่ได้รัก(แบบแฟน) เช่น เพื่อนผู้ชาย, รุ่นพี่ผู้ชายทั้งหน้าเด็กและหน้าแก่ , รุ่นน้อง , เพื่อนร่วมบริษัทที่เป็นผู้ชายด้วย ก็หมายถึงชอกโกแล็ตที่ให้กับผู้ชายที่ไม่ได้ชอบเป็นแฟน แต่ให้ไปตามมารยาทนั่นเอง  จากผลสำรวจหนุ่มสาวญี่ปุ่นจำนวน 27,339 คน จากเว็บไซต์ Food-Foo (http://www.foods.co.jp) ของญี่ปุ่น 3 อันดับแรกของสิ่งของที่ผู้หญิงมักจะให้กับผู้ชายในวันวาเลนไทน์ก็คือ อันดับ 1 : ชอกโกแล็ต , อันดับ 2 : เสื้อผ้า (เช่น ผ้าพันคอ , ถุงมือ , เสื้อหนาวถัก) และ อันดับ 3 : ความรู้สึก(รัก)

Coffee Break 1 : เอ แล้วถ้าจะให้ชอกโกแล็ตกับ Sefure เนี่ยจะต้องให้ชอกโกแล็ตชนิดไหนกันนะ!? คุณผู้อ่านคิดว่าไงกันบ้างค่ะ? (ไว้ติดตามตอนหน้านะค่ะ ถ้าใครยังไม่รู้คำตอบ อิอิ)

วัน White Day ... คือวันที่ 14 มีค ของทุกปี เป็นวันที่ผู้ชายมอบคุกกี้หรือลูกกวาด (Candy) ให้เป็นของขวัญแก่ผู้หญิงที่ให้ชอกโกแล็ตแก่ตนในวันวาเลนไทน์ เพื่อเป็นการขอบคุณ (หรือตอบรัก) หรือเป็นการสารภาพรักแก่ผู้หญิงที่ตนชอบ จากผลสำรวจอันเดียวกัน สิ่งของ 3 สิ่งแรกที่ผู้ชายมอบให้ผู้หญิง ในวัน White Day คือ อันดับ 1 : คุกกี้ , อันดับ 2 : ชอกโกแล็ต(สีขาว) และอันดับ 3 : Kiss (แปลว่าจูบ)  อย่างที่เคยกล่าวไว้ข้างต้นนะค่ะว่า วัน White Day นี้ มีเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เท่านั้น

 

นอกจากนี้ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นอกจาก วันวาเลนไทน์ กับ White Day แล้ว ทั้งสองประเทศยังมีวันที่เรียกว่า Black Day ด้วย แต่คำจำกัดความของ Black Day ของที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะต่างกัน  ที่ญี่ปุ่น วัน Black Day จะเป็นวันที่ถัดจากวันวาเลนไทน์ มีไว้สำหรับให้ชอกโกแล็ตหรือของขวัญแก่คนที่ตนเกลียดหรือไม่ชอบ ในขณะที่วัน Black Day ชองเกาหลี จะตรงกับวันที่ 14 เมษายนของทุกปี สิ่งที่เขาทำกันในวัน Black Day ของเกาหลีใต้ ก็คือ ชายหญิงที่ไม่ได้อะไรเลยในวันที่ 14 กพ (วันวาเลนไทน์) และ 14 มีค (วัน White Day) จะใส่เสื้อผ้าสีดำออกไปเดินตามถนน (ไม่รู้เป็นการประจานตัวเองไปหน่อยหรือเปล่าหนอ ว่าใครๆก็ไม่รักน่ะ) และทานบะหมี่ราดด้วย จาจาน ซึ่งเป็นซอสสีดำ และยังไม่หมดแค่นั้น ที่เกาหลีใต้ ดูเหมือนจะชอบเลข 14 มาก ในประเทศของเขาได้กำหนดให้ในวันที่ 14 ของแต่ละเดือนเป็นวันที่มีกิจกรรม และมีชื่อเรียกของแต่ละวันด้วย โดย 14 พค เป็นวัน Yellow Day , 14 มิย เป็นวัน Kiss Day , 14 กค เป็นวัน Silver Day , 14 สค เป็นวัน Green Day , 14 กย เป็นวัน Music Day , 14 ตค เป็นวัน Wine Day , 14 พย เป็นวัน Orange Day และ 14 ธค เป็นวัน Hug Day (แต่ไม่รู้เหมือนกันว่า 14 มคเป็นวันอะไร ใครมีเพื่อนเกาหลีอย่าลืมไปถามดูแล้วมาเล่าสู่กันฟังหน่อยนะค่ะ)

นอกจากนี้ที่ญี่ปุ่นยังมีวันอีกวันที่เกี่ยวกับวาเลนไทน์ คือวัน September Valentine's Day ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กันยายน เป็นวันครบครึ่งปีพอดีหลังจากวัน White Day (14 มีนาคม) ซึ่งหากผู้ชายถูกผู้หญิงที่ตนตกลงยอมรับความรักเลิกในวันนี้ จะถือว่าไม่เป็นอะไร

กลับมาเข้าเรื่องวันวาเลนไทน์และวัน White Day ในญี่ปุ่นต่อนะค่ะ วันวาเลนไทน์และ White Day ต่างก็เป็นวันที่วัยรุ่นญี่ปุ่นทั้งชายและหญิงรอคอย หลายคนรู้สึกสนุกเพราะเหมือนเป็นเทศกาล และหลายคนก็ต่างตื่นเต้นที่จะได้บอกรัก และถูกบอกรัก มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่อยากให้มีวันนี้ขึ้นมา เป็นวันสำคัญที่หนุ่มสาวญี่ปุ่นจะแสดงออกถึงความรักที่มีต่อกัน รองจากวันคริสมาสต์เลยก็ว่าได้ เขากล่าวกันว่าในวันวาเลนไทน์นั้น ยอดการเช่าห้องใน Love Hotel สูงพอๆกับยอดการเช่าในวันคริสมาสต์อีฟเลย ประมาณว่าสารภาพรักเสร็จปั๊บ ก็ไปตีตรารับรองการเป็นแฟนกันปุ๊บเลย มีคู่รักใหม่ๆเกิดขึ้นมากที่สุดในวันนี้ บางคนก็ถือโอกาสใช้วันนี้เป็นวันแต่งงานเลยก็มี แต่คนที่อกหัก หรือ แห้ว ในวันนี้ก็มีไม่น้อยเช่นกัน

สำหรับเรื่องช็อกโกแล็ตในวันวาเลนไทน์นั้น วิธีการแยกว่าชอกโกแล็ต นั้น โดยมากผู้หญิงเขาจะให้ชอกโกแล็ตที่ทำเองไม่ก็ชอกโกแล็ตแบรนด็เนมชั้นสูง ในขณะที่ผู้ชายเองก็อยากที่จะได้ชอกโกแล็ต ที่ทำด้วยมือของผู้หญิงเอง  หญิงไทยคนใดอยากจะสารภาพรักผู้ชายคนไหน ก็ควรฝึกทำชอกโกแล็ตหน่อยนะค่ะ ผู้ชายเขาชอบของที่ผู้หญิงทำให้ มากกว่าของที่ร้านค้าเอามาขาย แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนไม่มีคุณสมบัติการเป็นแม่ศรีเรือน หรือจนปัญญาที่จะทำช็อกโกแล็ตให้ผู้ชายที่ตนรัก การให้ชอกโกแล็ตแบรนด์เนมชั้นสูงหน่อยก็ไม่เรื่องที่ผิดค่ะ หยวนๆกันได้ โดยชอกโกแล็ตนั้นควรจะมีช่วงราคาประมาณ 1000-3000 เยน ซึ่งไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป

สำหรับเรื่องช็อกโกแล็ตในวันวาเลนไทน์ ยังสามารถแบ่งย่อยออกได้อีก 2 ชนิด คือ ที่ให้แฟนผู้ชายหรือสามีเพื่อแสดงถึงความรัก และ ที่ให้สำหรับคนที่ตนรักเพื่อเป็นการสารภาพรัก ผู้หญิงบางคนสับสนว่า ชอกโกแลตที่ให้สามี เป็นชอกโกแล็ตแบบ ก็มี (แหม ถ้าคุณสามีคนใดที่คุณภรรยาให้ชอกโกแล็ตแบบ หรือชอกโกแล็ตที่ให้ไปตามมารยาทล่ะก็ คงต้องพิจารณาตัวเองกันหน่อยแล้วล่ะค่ะ แสดงว่าความรักมันจืดจางไปหน่อยเหรอเปล่า) 

ปกติแล้วผู้หญิงจะให้เป็นชอกโกแล็ตแบบแปลกๆ หรือ   (Unique Chocolate) ที่ขายอยู่ตามร้านค้าทั่วไป หรือไม่ก็ชอกโกแล็ตที่เป็นแบบแผง หรือชอกโกแล็ตผสมเหล้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงราคาประมาณ 500-1000 เยน หรือต่ำกว่านั้น คุณผู้ชายที่ได้ชอกโกแล็ตราคาไม่แพง และไม่ได้ทำเองโดยผู้หญิงคนนั้น แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้หลงรักคุณแบบแฟนหรอก แค่ให้เพราะนับถือหรือว่าเป็นมารยาทเท่านั้น ปกติแล้วในสถานที่ทำงาน หรือว่าห้องเรียน จะเป็นชอกโกแล็ตแบบที่ให้กันเยอะมาก ผู้หญิงส่วนใหญ่คิดว่า เป็นวิธีหนึ่งที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนที่จะให้ได้อย่างรวดเร็ว ในสถานที่ทำงานหรือโรงเรียนบางแห่ง กลัวความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์ จึงมีการสั่งห้ามให้ชอกโกแล็ตกันภายในสถานที่ทำงานหรือโรงเรียนเลยก็มี (ไม่เห็นต้องเคร่งเครียดขนาดนั้นเลยเนอะ) ภรรยาบางคนจะหึงหรือไม่ เมื่อรู้ว่าคุณสามีได้ชอกโกแล็ตจากผู้หญิงที่ทำงาน บางคนก็อาจจะหึง แต่หากคิดในทางกลับกัน หากคุณสามีไม่ได้ชอกโกแล็ตแบบ จากสาวๆที่ทำงานเลยสักอันเดียว อาจจะทำให้กังวลกันว่า สามีโดนคนที่ทำงานไม่ชอบขี้หน้าหรือเปล่าหนอ... แต่ถ้าคุณสามีได้ชอกโกแล็ตแบบนั้น ล่ะก็ บ้านแตก เป็นแน่!

ชายไทยคนใดได้ชอกโกแล็ตจากสาว ก็เตรียมใจได้เลยว่า เป็นไปได้สูงที่จะแห้ว

Coffee Break 2 : คุณน้อง A ทำช็อกโกแล็ตไม่เป็น และไม่เคยคิดที่อยากจะทำ แต่ซื้อชอกโกแล็ต KitKat ให้คุณพี่ K แบบเหมาร้าน (สำหรับเธอแล้ว KitKat เป็นช็อกโกแล็ตที่วิเศษที่สุดของเธอ ชอกโกแล็ตหรูๆก็เทียบไม่ติด) เพราะอยากที่จะให้คุณพี่ลิ้มลองชอกโกแล็ตที่เธอว่าวิเศษที่สุดในโลก และอยากให้คุณพี่รู้ว่ารัก จึงทุ่มทุนไปถึง 10,000 เยน คุณผู้อ่านคิดว่า คุณน้องและคุณพี่คู่นี้จะสมหวังกันหรือไม่ค่ะ!?

ทางด้านวัน White Day ผู้ชายควรจะให้อะไรตอบแทนผู้หญิงที่ให้ชอกโกแล็ตตนในวันวาเลนไทน์ดี? จากผลการสำรวจพบว่า ผู้ชายญี่ปุ่นส่วนมากมักจะตอบแทนผู้หญิงที่ให้ชอกโกแล็ตแบบ แต่ตน ด้วยการพาไปเลี้ยงข้าวเย็น (ดินเนอร์ใต้แสงเทียน จากนั้นก็พากันไปทำอะไรต่ออ๊ะป่าวหนอ) , รองลงมาเป็นการให้เครื่องประดับ และคุกกี้ ในขณะที่ผู้หญิงญี่ปุ่นส่วนมากอยากได้เครื่องประดับ หรือไม่ก็การเลี้ยงข้าวเย็น จากผู้ชายที่ตนรัก(หรือสารภาพรักไป) โดยมากจะเป็นสิ่งของที่มูลค่าเฉลี่ยประมาณ 1000-3000 เยน ผู้ชายไม่จำเป็นต้องให้สิ่งของตอบแทนก็ผู้หญิงที่ให้ชอกโกแล็ตตนก็ได้ หากไม่รับการสารภาพรักของผู้หญิงคนนั้น

สำหรับการให้ของตอบแทนแก่ผู้หญิงที่ให้ชอกโกแล็ตแบบ นั้น โดยมากผู้ชายจะให้คุกกี้ ไม่ก็ชอกโกแล็ตขาว หรือไม่ก็จะไม่ให้อะไรตอบเลย ในขณะที่ผู้หญิงก็อยากจะได้คุกกี้จากผู้ชายที่ตนให้ชอกโกแล็ตเป็นมารยาทเช่นกัน โดยเฉลี่ยมูลค่าสิ่งของก็ประมาณ 500-1000 เยน หรือต่ำกว่า


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top