คุ้มแล้วหรือ? ที่เรารักเขา แต่ได้ความเหงากลับมาเป็นกิโล


โดย Webmaster วันที่ 27 ส.ค. 2555 18:05 น. อ่านไป 14,516 ครั้ง

                “ความเหงา” ไม่ได้เข้าสิงแต่คนไร้คู่ หากมองดูกันจริงๆแล้ว คนมีคู่ก็เหงาได้ไม่ต่างกัน เผลอๆอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ หลายๆกรณีที่ทำให้คนมีความรักนั้นมีความเหงาเข้ามาในชีวิต


                เคยไหม...มีคนรัก แต่ก็ต้องทนฟังเขาคุยโทรศัพท์กับใครหลายๆคนทั้งๆที่อยู่ห้องเดียวกัน...เหงามากนะ

                เคยไหม...มีคนรัก แต่อยู่ห่างไกลด้วยคำว่า หน้าที่ ค้ำคอ นานทีปีหนเจอกันไม่กี่ครั้ง เวลาเห็นคนเดินจับมือกัน...เหงามากนะ

                เคยไหม...แม้ในเวลาที่มีเพื่อนล้อมหน้าล้อมหลังในยามมีปัญหากับคนรัก และเขาไม่อยู่ตรงนั้น ความรู้สึกมันร้องบอกจากหัวใจว่า...เหงามากนะ

                เคยไหม...สถานะความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนทำให้เรียกร้องอะไรมากไม่ได้ แต่รักมากมาย แม้เขาหายไปก็ยังจะรอ...เหงามากนะ

                เคยไหม...นัดดินเนอร์ใต้แสงเทียน แต่ก็ต้องรอเก้อ เพราะคนสำคัญของหัวใจโทรมาบอกว่า ติดประชุมด่วน...เหงามากนะ

                กรณีที่เอ่ยไปข้างต้น ไม่ต้องรอให้เกิดในฤดูหนาว ไม่ต้องรอให้เกิดในฤดูฝน แค่มันเกิดในฤดูที่ความรักยังเอ่อทันอยู่เต็มดวงใจ ปราการที่ป้องกันความรู้สึกเหงาก็พังทลายยากจะหาสิ่งใดมาต้านทาน หลายครั้งก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า หากมีความรักแล้วยังต้องเหงา พอเหงาแล้วก็เป็นทุกข์ แล้วทำไมเราจะต้องยื้อความทุกข์นั้นไว้กับตัวเอง ให้ความรักคนอื่นจนหมดหัวใจ จนไม่เหลือหัวใจมารัก มาสงสารตัวเองที่ปล่อยให้ความเหงาเล่นงานได้ขนาดนี้เชียวหรือ?

                ลองถอยออกมาจากความห้วงความรู้สึกสับสน ลองใช้เหตุผลมองความรักดูบ้างจะดีกว่าไหม คิดทบทวนดูถึงที่มาของความเหงา มันไม่คุ้มกันเลยกับการที่ต้องทนยอมให้ความเหงาเข้าครอบงำ เพราะคำว่า “รัก” คำเดียว แล้วต้องแบกความทุกข์และหยาดน้ำตาเอาไว้ นอกจากการเปิดตามองโลกใบเก่า การเจอกับโลกใบใหม่ก็ต้องลองเปิดใจ และมองโลกจากความเป็นจริง เมื่อระลึกถึงที่มาแห่งความเหงาได้แล้ว ก็มาแบ่งสัดส่วนพื้นที่ในหัวใจ รักเขามากเท่าไหร่ เราต้องรักตัวเองให้มากเท่านั้น ไม่ได้ขอให้ใครเลิกรักกัน เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แค่อยากให้ปรับพื้นที่ในหัวใจมาให้ตัวเอง และคนรอบข้างบ้าง และที่สำคัญที่สุด ไม่มีพ่อแม่คนไหนมีความสุขเมื่อเห็นลูกเหงาและเป็นทุกข์เพราะความรัก ตัวเราก็เปรียบดังสมบัติล้ำค่าของผู้ให้กำเนิดทั้งสอง ท่านมีสมบัติที่มีค่าและน่าหวงแหนที่สุดเพียงชิ้นเดียว เราจะทำลายคุณค่าในสมบัติของผู้มีพระคุณล้นเกล้าอย่างนั้นหรือ? ถ้าระลึกได้แล้วว่าเราไม่ควรทำลายสมบัติที่มีค่าที่สุดของผู้ให้กำเนิด แต่ความรักในหัวใจก็ไม่สามารถลบล้างได้ ทางออกง่ายๆ หากเลือกที่จะรัก เพราะนั่นคือความรักจริงๆ ให้รักอย่างที่ควรจะรัก รักแบบไม่คาดหวังว่าตัวเราจะต้องติดกันเป็นปาท่องโก๋ รักที่มีแต่ความปรารถนาดี และความห่วงใยให้กัน...นั่นแหละ ความรักที่แท้จริง



Back to top