เมื่อสัญญาณของความเข้าใจขาดหาย


โดย Webmaster วันที่ 27 ส.ค. 2555 10:17 น. อ่านไป 18,334 ครั้ง

           ‘ความรักเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เครื่องยึดเหนี่ยวที่จะทำให้คนสองคนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ตลอดไป การรักกันอย่างเข้าใจต่างหากที่จะเป็นวัตถุดิบอันทรงคุณค่าซึ่งจะช่วยเหนี่ยวรั้งความรักแน่นหนาไม่ให้ห่างจากเราไปไหน’


                อาจมีหลายครั้งที่เรากับคนรักมักรู้สึกตรงกันว่าเมื่อคบกันนานขึ้นเรื่อยๆ ระดับของความเข้าใจกันเริ่มส่งสัญญาณขาดหายหรืออาจส่งสัญญาณน้อยลง เวลาที่อีกฝ่ายกลับบ้านดึก อีกคนก็เป็นห่วงและคิดมากไปถึงเรื่องอื่นว่าเขาจะนอกใจเราหรือเปล่า ถ้าไม่นอกใจแล้วเหตุผลที่ว่าจะไปต่อกับเพื่อนหลังเลิกงานทำไมจึงมีมาเข้าหูเราบ่อยๆ เวลาที่โทรหาแล้วเขาไม่รับสายหรือพบว่าปิดโทรศัพท์ บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาจะอยู่กับใครคนอื่นไหม ทั้งที่... ก่อนหน้านี้เขาก็บอกกับเราว่ากำลังเดินทางไปประชุมที่ต่างจังหวัด หรือติดธุระอื่นที่ต้องไปทำต่อ มีสิทธิ์เป็นไปได้จริงไหม ที่สัญญาณระหว่างการเดินทางจะขาดหายไป เป็นไปได้ใช่หรือเปล่า... ที่แบตฯ ของเขาจะหมดกะทันหัน
                ใช่... เหตุผลทุกอย่างของความรักสามารถเป็นไปได้ด้วยกันทั้งนั้น และนั่นจึงทำให้เรามานั่งคิดอย่างกังวลใจอยู่ตลอดเวลาอย่างคนแบกรับความทุกข์ โดยอาจลืมว่า ถ้าเราไม่สบายใจแบบนี้นั่นเท่ากับเรากำลังขาดความไว้วางใจในตัวคนรัก ถ้าเรามองแต่คนรักในแง่มุมลบเท่ากับหัวใจของเรากำลังขีดฆ่าความสุขให้ตายลงจากชีวิต’  
 
เมื่อเจอหน้ากันเราจึงสรรหาเรื่องมาทะเลาะจนบานปลายใหญ่โต ความรักจึงไร้ซึ่งความเข้าใจและไว้วางใจต่อกัน ถ้าเรารักกันบนความหวาดระแวงและไม่เคยคิดทำความเข้าใจในเหตุผลใดเลย เรานั่นแหละที่จะกลายเป็นทุกข์แต่เพียงผู้เดียว ถ้าเราตั้งใจฟังเหตุผลของเขาให้ดีไม่ว่าเขาจะติดธุระ...มีงานต้องทำต่อ แบตโทรศัพท์หมด หรืออาจจะอยากไปหาทักทายเพื่อนฝูงหลังเลิกงานบ้าง เหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดจริงไหม เหล่านี้...ก็เป็นสิทธิ์ที่เขาควรมีใช่หรือเปล่า
 
                หากที่ผ่านมาเราไม่เคยมอบอิสระต่อกัน บนทางเดินความรักก็อาจถูกขวางกั้นด้วยกำแพงหนาที่เราสร้างขึ้น อย่าลืมว่าความรักที่ไร้ซึ่งอิสระ ไม่ต่างจากอะไรจากนกสองตัวที่ถูกคุมขังอยู่ในกรงแคบตลอดเวลา และหัวใจของมนุษย์ก็เปรียบดั่งนกที่มีชีวิต มีตัวตน มีความฝันและหัวใจที่ปรารถนาจะโบยบินอย่างอิสระ นกสองตัวมีความรักต่อกันได้หากก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องกักขังตัวเองอยู่แต่ในกรงแคบด้วยกันเสมอไป

                เช่นกันกับมือที่สวมจับกันอย่างแน่นหนา นานไป... ย่อมทำให้เกิดความอึดอัด หากเราอยู่ท่ามกลางสองมือนั้นเราอาจหายใจไม่ออก ดังนั้น ปล่อยให้อากาศถ่ายเทบ้างดีไหม คลายมือที่สวมกันให้อากาศพัดผ่านอย่างเบาบาง ให้ความอ่อนโยนของการสัมผัสค่อยๆ เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ สองมือที่กุมกันเดินอย่างผ่อนคลายจะทำให้หัวใจสองดวงคลายเชือกที่พันธนาการไว้รอบตัวให้หลวมขึ้น
เมื่อนั้น... หัวใจสองดวงจะหายใจออกและอยากมีชีวิตเคียงข้างเพื่อกันตลอดไป
เมื่อนั้น... ความรักก็มีเสรีในตัวเอง ไม่ถูกกักขัง ไม่มีการเหนี่ยวรั้ง ที่สุด...ก็จะอุ่นใจในความรักที่ตัวเองมีอยู่
อิสระเช่นนี้ ทำให้สองเท้าของความรักเดินควบคู่กันไปจนถึงปลายทางได้อย่างราบรื่นสวยงาม แต่ถึงอย่างนั้น... ต่อให้เรามอบสิทธิ์เสรีแก่กันแค่ไหน จงอย่าลืมว่าหากคนสองคนยังคงขาดวัตถุดิบในการประคองรักก็ย่อมทำให้ความรักสั่นคลอนได้อีกเช่นกัน  
 
                วัตถุดิบสำคัญของความรักที่ช่วยประคองรักให้ยาวนานคืออะไร?

                ความเข้าใจกัน’ เป็นวัตถุดิบสำคัญของหัวใจทุกดวงที่มีความรัก เมื่อไรที่เรารักกันบนความไม่เข้าใจ ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราทำอาหารโดยไม่ได้เติมเครื่องปรุง
ความรักจะมีรสชาติหรือ... หากเราสักแต่จะโยนๆ ใส่อะไรลงไปในหม้อความรักก็ได้
ความรักจะมีความหมายหรือ... ถ้าเครื่องปรุงรสที่ชื่อ ‘ความเข้าใจ’ ไม่ได้ถูกหยิบมาใส่เป็นองค์ประกอบความอร่อยลงตัวในถ้วยความรัก
 
                ดังนั้น จงอย่าปล่อยให้เสาเครือข่ายแห่งความเข้าใจกันล้มครืนจนไม่สามารถส่งสัญญาณติดต่อกันได้ด้วยน้ำมือของเราเอง เพราะ ‘ความไม่เข้าใจ’ มีความหมายต่อการ ‘คิดร้ายความรัก’ ไม่ต่างอะไรกับการที่เรากำลังวางยาพิษใส่ถ้วยความรักของตัวเอง เมื่อเราและเขาดื่มกินอาหารถ้วยนี้เข้าไป สุดท้ายความรักก็ไม่เหลืออะไร สุดท้าย...ความรักก็ไปไม่รอด

                ปรุงแต่งขีวิตใหม่ด้วยการสร้างทัศนคติบวกกับทุกเรื่องในชีวิต หนึ่งในนั้นคือความรักที่กำลังเติบโต หมั่นคิดบวกกับความรัก คนรัก ...หัวใจเราจะติดพลังบวกด้วยเรื่องราวความสุขไปตลอดทุกวัน แล้วสัญญาณรักที่เคยขาดหายจะกลับมาเต็มล้นหัวใจอีกครั้งอย่างแน่นอน



Back to top