นิทานกระตุ้นอารมณ์เบิกบานให้ลูกน้อยสดใสและชาญฉลาด


โดย Webmaster วันที่ 29 มิ.ย. 2558 11:15 น. อ่านไป 10,338 ครั้ง

นอกจากนิทาน จะสร้างความเบิกบานใจให้กับลูกน้อยของเราแล้ว ท่านทราบหรือไม่ว่าการเล่านิทานให้เจ้าตัวน้อยฟังยังสามารถช่วยเพิ่มทักษะในการฝึกฝนการแก้ปัญหาให้เขาได้อีกด้วย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่และคุณครูต่างสามารถช่วยกันเสริมสร้างการแก้ปัญหาของพวกเขาได้ไม่ยาก

เราควรที่จะเลือกนิทานที่มีเนื้อหากำหนดให้มีสถานการณ์ที่เป็นปัญหาหรือสร้างความยุ่งยากให้แก่ตัวละคร และเมื่อมาถึงฉากที่ตัวละครไม่สามารถแก้ปัญหาได้ก็ถึงคราวที่คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูจะตั้งคำถามให้เจ้าตัวเล็กได้ใช้ความคิดหาทางช่วยตัวละครแก้ปัญหา โดยอาจจะเป็นเรื่องที่ชายชราคนหนึ่งปลูกมันเอาไว้จนเวลาล่วงเลยไปหลายวัน ทำให้หัวมันมีขนาดใหญ่ขึ้นจนเขาไม่สามารถที่จะถอนออกมาจากดินจนได้แต่นั่งเศร้า แล้วให้เด็กๆ ทั้งหลายได้ช่วยกันคิดหาวิธีที่จะช่วยชายชราถอนหัวมันออกจากดิน

เมื่อได้นิทานเรื่องที่จะเล่าพร้อมแล้วก็ให้เราทำความเข้าใจในตัวละครถึงลีลาอารมณ์ และเรียงลำดับเหตุการณ์ รวมไปถึงฝึกน้ำเสียงหนักเบาตามความหมายของคำและข้อความ โดยทำเสียงสนทนาตามธรรมชาติอาทิเช่นเสียงผู้หญิงที่นุ่มแหลม, เสียงผู้ชายที่ห้าวใหญ่, เสียงเด็กที่สดใส และเสียงคนชราที่สั่นเครือในลำคอ รวมไปถึงบทสนทนาที่อาจใช้ภาษาท้องถิ่นหรือใช้คำที่เด็กๆ คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ที่สำคัญอย่าลืมสรุปประเด็นสำคัญของนิทานทุกเรื่องที่เล่า ซึ่งจะทำให้เด็กๆ ได้นำไปคิดทบทวน และเก็บความรู้จากนิทานเอาไว้ให้เป็นเครื่องเตือนใจ

ทางด้านสถานที่ในการเล่นนิทานก็สำคัญไม่น้อย โดยให้ใช้สถานที่ได้ทั้งในหรือนอกห้อง แต่ต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ และอากาศถ่ายเทได้สะดวก รวมทั้งยังต้องไม่มีเสียงหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์คอยรบกวน หลังจากนั้นก็จัดแจงที่นั่งให้เจ้าตัวเล็กอยู่ใกล้ชิดกับคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครู ซึ่งเราอาจอยู่สูงกว่าเจ้าตัวน้อยเพื่อคอยแสดงภาพในหนังสือหรือสื่อประกอบการเล่าในระดับสายตา

แต่หากเด็กๆ มีกันหลายคนก็ให้นั่งล้อมวงกันเข้ามาฟังตรงหน้าคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครู และก่อนที่จะเล่าต้องทำข้อตกลงกันก่อนว่าจะไม่ลุกขึ้นยืน, วิ่งเล่น, พูดคุย และส่งเสียงดังระหว่างการฟังนิทาน ซึ่งก็เพื่อให้อยู่ในระเบียบวินัยในการฟังนั่นเอง นอกจากนี้การที่เรามีสื่อประกอบก็จะช่วยให้การเล่านิทานของเรานั้นมันมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นจนเป็นที่น่าสนใจของเด็กๆ โดยคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูอาจเลือกใช้สื่อที่มีลักษณะเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นจินตนาการตามประสบการณ์ของเจ้าตัวเล็กออกมาให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหุ่น, หนังสือหรือฉากง่ายๆ ที่ให้เจ้าตัวน้อยคอยช่วยทำไปด้วยก็เพลิดเพลินไม่น้อย รวมทั้งยังสร้างความภาคภูมิใจในผลงานของเขาอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


Back to top